2019-09-14

O: ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 5 2562: สัตหีบ - 5th Navy Triathlon 2019: Sattahip

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     ไตรกีฬานาวีครั้งที่ 5 2562 - 5th Navy Triathlon 2019
     สัตหีบ - Sattahip


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
ประชาสัมพันธ์และแจ้งรายละเอียดการแข่งขันทาง Facebook ก่อนล่วงหน้าเกือบ 2 เดือนดีมาก แต่เปลี่ยนแปลงวันแข่งจากเดิมวันอาทิตย์เป็นวันเสาร์ และแข่งช่วงเย็น
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยและภาคอังกฤษชัดเจนและเป็นกันเองดี
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
จัดสถานที่จอดรถในบริเวณฐานทัพหลายจุดอย่างเพียงพอ มีจุดบริการรถรับส่ง มีภาพแผนผังแสดงจุดจอดรถ จุดรับส่งประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจน แต่นักกีฬายังขับรถเข้าไปจอดใกล้บริเวณงานอยู่ดี
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขัน จุดเสี่ยงและกฏกติกาต่าง ๆ ดีมากทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ และยังทำเป็น clip ภาคไทยพร้อมกับ subtitle ภาคอังกฤษอย่างชัดเจนไว้สำหรับผู้ไม่ได้ไปฟังด้วยตนเองในงาน
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียนเป็นระบบ การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี บริการต่าง ๆ ไม่ต้องรอคิวนานเหมือนทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่นักกีฬาจำนวนมาก การเปลี่ยนเวลาการแข่งขันของระยะ Olympic และ Sprint เป็นช่วงบ่าย เพื่อให้เข้าเส้นชัยพร้อมกันช่วงเย็นทำให้งานคึกคักมาก แต่ก็ทำให้บริเวณเส้นชัยแออัดมาก การแสดง ดนตรีดีมาก แต่ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ชอบพลุประทัดสร้างควันในพิธีเปิดปิด ไม่ดีต่อสุขภาพนักกีฬาเลย
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำมีแนวทุ่นชัดเจนและดูแลความปลอดภัยดี แต่การปล่อยตัวไม่ทำตามที่ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ซึ่งถูกย้ำในช่วง race brief ว่าจะปล่อยตัวระยะ Olympic เป็น 5 กลุ่มตามความเร็วในการว่ายน้ำของผู้แข่งขันแบ่งตามสีหมวก เพราะมีจำนวนนักกีฬาถึงพันคน แต่กลับปล่อยตัวนักกีฬาหมวกหลากสีจำนวนมากพร้อมกันทีเดียว เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายมาก
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางปั่นเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ฐานทัพเรือ มีบางส่วนที่ผ่านชุมชนบริเวณตลาดสัตหีบ แต่สามารถปิดการจราจรได้ 100% จึงปลอดภัยดีมาก เส้นทางสะอาดเรียบร้อย มีป้ายแสดงจุุดเลี้ยว จุดกลับตัวชัดเจน และมีเจ้าหน้าที่คอยโบกธง กำกับเส้นทางอย่างดีตลอดเส้นทาง
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งอยู่ในฐานฐานทัพเรือทั้งหมด สามารถปิดการจราจรได้ 100% จึงปลอดภัยดีมาก มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว จุดกลับตัวชัดเจนดีมาก
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทั้งก่อน ระหว่างและหลังการแข่งขันทำได้ดีมากตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้า การให้ทยอยเข้าพื้นที่เป็นเวลานานทำให้นักกีฬาไม่แออัด
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีมาก ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดีมาก อาหารบริเวณส่วนกลางมีเพียงพอและจัดการเรื่องคิวได้ดี การจัดการงานเลี้ยงโต๊ะจีนสำหรับทั้งนักกีฬาและผู้ติดตามเป็นระบบดี

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมตั้งใจรอลงแข่งขันรายการนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเป็นครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้ายเพื่อให้ครบทั้งชุด จะได้เอาเหรียญที่เป็น jigsaw ทั้่ง 5 ครั้งมาประกอบเป็นภาพผืนธงชาติตามที่ตั้งใจเอาไว้ โดยที่การแข่งขันครั้งนี้ นับว่ามีผู้สนใจสมัครจำนวนมาก สามารถปิดรับสมัครเพราะจำนวนเต็มอย่างรวดเร็ว

ผมกังวลอยู่บ้างเรื่องการแข่งขันช่วงบ่ายเป็นครั้งแรก แดดช่วงบ่ายริมทะเลน่าจะระดับปิ้งย่าง ตอนปั่นและวิ่งคงจะเหนื่อยง่ายกว่าแข่งช่วงเช้า จึงเน้นซ้อมวิ่งช่วงเย็นหลังเลิกงานมากขึ้น

ผมเดินทางมาก่อนล่วงหน้า 1 วันเพราะกำหนดให้เป็นวันลงทะเบียนของทุกระยะ ครั้งนี้ได้พักในบ้านพักของเพื่อน..พลเรือตรีภิญโญ โตเลี้ยง ที่เป็นรองแม่ทัพภาคอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบ จึงใกล้กับสถานที่จัดงาน และได้รับความสะดวกในการเดินทางมากกว่าทุกครั้ง ก่อนลงทะเบียน ผมมีโอกาสขับรถดูเส้นทางปั่นจักรยานซึ่งอยู่ภายในฐานทัพเรือทั้งหมด ซึ่งช่วยให้การปั่นในวันแข่งทำได้ดี

วันแข่งขัน ซึ่งระยะ Olympic จะเริ่มเวลาบ่ายสามโมง จึงไม่ต้องตื่นแต่เช้าเหมือนทุกครั้ง แวะกินมื้อเที่ยงเป็นข้าวต้มปลาอินทรีในตลาดสัตหีบ กับกินอินทผลัม 4 ลูกก่อนแข่ง และไม่ลืมกินน้ำตุนไว้เต็มที่ แต่ต้องถือว่าโชคดี ช่วงเช้าก่อนการแข่งขันมีฝนตกลงมา และช่วงแข่งขันก็แทบไม่มีแดดอย่างที่กังวลเลย


ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 28:54 นาที
Pace 1:55 นาที/100 ม.
เส้นทางว่ายน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามเข็มนาฬิการอบแนวทุ่นชั้นเดียว ด้านยาวตั้งฉากกับชายหาดที่มีลักษณะเป็นหาดกว้าง เวลาที่แข่งขันเป็นช่วงน้ำลง เลยต้องเปลี่ยนจาก 'ว่ายน้ำ' เป็น 'วิ่งน้ำ' ทั้งขาไปขากลับรวมแล้วประมาณ 500 ม. ตามรูปข้างบน จุดสีแดงสุดท้ายคือ จุดที่ผมเริ่มเดินแทนว่ายขึ้นฝั่ง มีช่วงที่ต้องไปอ้อมเกาะเล็ก ๆ ชื่อ เกาะไก่เตี้ย ซึ่งมีแนวปะการังและหอยเม่นอยู่โดยรอบ  ตอนเริ่มปล่อยตัว ผมยังยืนอยู่นอกบริเวณจุดปล่อยตัว เพราะคิดว่าจะปล่อยตัวตามกลุ่มตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้ ซึ่งของผมจะเป็นกลุ่มที่สอง แต่ปรากฏว่า เปลี่ยนมาปล่อยพร้อมกันแบบหมวกหลากสีทั้งพันคน ผมก็เดินตามคลื่น 'ฝูง' นักกีฬาลงน้ำไปอย่างงง..งง เพราะมันยาวมากกก.. ช่วงแรกยังไม่มีปัญหาเรื่อง 'ดงปลาตีน' เพราะทุกคนยังต้อง 'วิ่งน้ำ' กันอยู่ ก็ได้แต่หันมายิ้มให้กัน แต่สักพักได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกให้ว่ายได้แล้ว คราวนี้ 'ฝูงปลาตีน' ก็กลับมาเหมือนที่ภูเก็ตเลย แต่งานนี้ ผมใส่สายนาฬิกาดั้งเดิมแข็งแรงเตรียมความพร้อมไว้แล้ว เหลือกังวลแต่เรื่องชิพที่รัดตรงข้อเท้า กลัวหลุด กลัว 'ชิพหาย' ความที่นักกีฬาจำนวนมาก และผมอยู่ประมาณปลายกลุ่มมาตั้งแต่ต้น เลยอยู่ใน 'ดงปลาตีน' มาตลอดเส้นทาง แทบไม่ได้เร่งว่ายตามปกติเลย จนกระทั่งกลับมา 'วิ่งน้ำ' ขึ้นฝั่ง ความจริงก็รู้สึกหงุดหงิดกับการจัดการแบบนี้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ใจผมสงบลงได้ แล้วก้มหน้าก้มตาว่ายต่อไปให้ดีที่สุด ก็เพราะในใจนึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของชายหาดแห่งนี้ ซึ่งเป็นบริเวณท่ีในหลวงรัชกาลที่เก้าทรงเรือใบพระองค์เดียว ข้ามจากหัวหินมาขึ้นฝั่งที่นี่

Transition 1
เวลา 07:24 นาที
จากชายหาด จะต้องวิ่งเท้าเปล่ามาตามทางที่ปูพรมเพื่อเข้า transition ระยะทางไม่ไกล ผมคว้าน้ำขวดเล็กที่น้อง ๆ ยื่นมาให้ แล้วกระดกใส่ปากอึกใหญ่รวดเดียว ที่เหลือเทราดหัว แล้ววิ่งกึ่งเดินเข้า transition ใน transition นักกีฬาจะต้องวิ่งอ้อมเส้นทางเดียวเพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ซึ่งควบคุมได้ดี แต่ระยะทางที่ต้องอ้อมนี้ไกลพอดู สักพักผมรู้สึกคลื่นไส้เอียน ๆ บอกไม่ถูก แต่ไม่เวียนหัวหรือใจสั่นอะไร คิดในใจว่า น่าจะเป็นเรื่องมื้อเที่ยงกับน้ำที่กินมากไปหน่อย พอถึงจักรยาน ผมใช้เวลาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวไม่นาน แต่ไม่กล้ากินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาลงไปอีก และลากจักรยานออกไป




ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:26:52 ชม.
Pace 27.63 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้อยู่ในเขตฐานทัพเรือสัตหีบเกือบทั้งหมด ผ่านสถานที่สำคัญ ๆ ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารหลายแห่ง กองบัญชาการ บ้านพักของกำลังพล สนามกอล์ฟ สวนป่า แต่ทีเด็ดก็คือ ท่าเรือซึ่งมีเรือรบลำใหญ่ ๆ เป็นฉากหลังหลายลำ ไตรกีฬาสายท่องเที่ยวอย่างผมจึงชอบมาก เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางราบ มีจุดกลับตัวแบบหักศอกหลายแห่งมาก ไม่ค่อยมีทางตรง ๆ ยาว ๆให้ปั่นกันเต็มฝีเท้าเท่าไร ส่วนเนินก็มีอยู่บ้างไม่กี่จุด ถึงจะไม่ชันจนต้องลงเดินเข็น แต่ก็เป็นเนินยาวให้ได้เหนื่อยพอสมควร จุดที่ถ้าไม่ได้ขับรถดูเส้นทางไว้ก่อน ผมอาจจต้องลงเข็น ก็คือ ตรงจุดกลับตัวที่สถานีเพาะพันธ์ุเต่าทะเล ซึ่งพอกลับตัวแล้วจะต้องหักศอกปั่นขึ้นเนินทันที ถ้าชะลอความเร็วเสียก่อน ก็จะไม่มีแรงส่งให้ขึ้นเนิน  สำหรับตัวผม ปั่นเสือหมอบ Mosso [1] คันเดิม heart rate อยู่ใน zone 3 เป็นส่วนใหญ่ 77%โดยรวมเป็นแบบยิ่งปั่นยิ่ง heart rate ลดลงแต่ไม่ลงมา Zone 2 เพราะต้องเหลียวซ้ายแลขวาตลอด จะพุ่งขึ้นไป zone 4 ก็ตอนขึ้นเนิน ช่วงที่ peak ที่สุดก็แค่ 158 ตอนขึ้นเนินหลังสถานีเพาะพันธุ์เต่าที่ว่า โดยสรุป ทำความเร็วสำหรับระยะ 40 กม. ช้ากว่างานที่สงขลาและภูเก็ตซึ่ง pace เฉลี่ยเกิน 28 เล็กน้อย และไม่ได้แวะดื่มน้ำเลยเหมือนกัน

งานนี้มีเรื่องตลก ระหว่างผมปั่นไป ตลอดสองข้างทางจะมีทหารเป่าแตรต้อนรับ ตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงเรือรบทุกลำ ก็มีทหารประจำการรอยืนทำความเคารพผมตลอดเส้นทาง โห.. ผมคงวีไอพีน่าดู  แต่สักพักก็ได้ยินเสียงตะโกนจากข้างหลังว่า ขอให้หลบขบวนหน่อย กลายเป็นว่า ผมปั่นนำหน้าท่าน ผบ.ทร. ที่ลงแข่งขันในระยะ Sprint ด้วย ท่านปั่นจักรยานได้เร็วพอ ๆ กับผม จึงผลัดกันแซงไปแซงมาอยู่ช่วงหนึ่ง

Transition 2
เวลา 03:30 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition ไม่เหนื่อย ยังวิ่งเหยาะ ๆ ได้ เพราะอากาศเย็นสบายไม่ร้อนเลย แถมปั่นแบบเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่ง ใน transition ผมเลยกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาไม่มาก กะว่าจะไปเติมเอาตามจุดเติมน้ำข้างหน้าถ้าหิว


ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
วิ่ง
ระยะทาง 10.2 กม.
เวลา 1:01:57 ชม.
Pace 6.04 นาที/กม.

งานนี้ เส้นทางวิ่งเป็นทางราบตลอดอยู่ในเขตฐานทัพเรือทั้งหมด วิ่งเลียบหน้าผาชายทะเลไปกลับสองรอบ รอบหลังพระอาทิตย์กำลังจะตกสวยดี และนักวิ่งทุกระยะทั้ง Navy Warrior, Oympic, Duathlon, Sprint จะมาจบที่เส้นทางวิ่งตรงนี้พร้อม ๆ กัน วิ่งไปก็ได้ทักทายน้อง ๆ OSK Tri Team ไปตลอดทาง

ผมเปลี่ยนวิธีจากเดิมที่เร่งเร็วทำเวลาช่วงแรก มาเป็นวิ่งประคอง pace 6 ตลอด แล้วชะลอตัวเดินแวะจุดให้น้ำประมาณ 5 จุดเป็นช่วงสั้น ๆ บวกกับอากาศที่เป็นใจมากไม่ร้อนเลย ทำให้ไม่เหนื่อย วิ่งได้เรื่อยๆ heart rate อยู่ใน zone 4 เกือบตลอด 94% มีช่วงสุดท้ายที่เร่งเครื่องเข้าเส้นชัย peak ขึ้นไปที่ 163 แต่ยังไม่ถึง zone 5 อยู่ดี โดยรวมก็ทำได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เดินพักยาวเลย



รวมเวลา 3:08:37 ชม.
โดยรวมก็นับว่า ทำเวลาในระยะ Olympic ได้ดีขึ้นชัดเจน ดีที่สุดเท่าที่ลงแข่งมา โดยเฉพาะเรื่องวิ่งที่ดีขึ้นมาก วิ่งได้ต่อเนื่องและนิ่งกว่าทุกครั้ง เรื่องปั่นยังคงที่ ได้ประโยชน์จากการขับรถดูเส้นทางก่อนแข่ง ส่วนเรื่องว่ายน้ำ งานนี้อารมณ์ไม่ดี แต่รู้ตัวแล้วหยุดได้เร็ว รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้น สอบผ่านระยะ Olympic แล้ว น่าจะเริ่มซ้อมสำหรับระยะไกลกว่านี้ได้แล้ว

Links:
[1] http://www.mosso.com.tw

2019-07-13

O: ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 4 2562: ภูเก็ต พังงา - 4th Navy Triathlon 2019: Phuket Phang Nga

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     ไตรกีฬานาวีครั้งที่ 4 2562 - 4th Navy Triathlon 2019
     ภูเก็ต พังงา - Phuket Phang Nga


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
ประชาสัมพันธ์และแจ้งรายละเอียดการแข่งขันทาง Facebook ก่อนล่วงหน้าดี แต่เปลี่ยนแปลงวันแข่งจากเดิมวันอาทิตย์เป็นวันเสาร์ และมี Facebook 2  page ทั้ง 'ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ' และ 'ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา' ทำให้ค่อนข้างสับสน
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจนดี แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
จัดสถานที่จอดรถบริเวณตำรวจภูธรภาค 8 อย่างเพียงพอ มีบริการรถรับส่งจากจุดลงทะเบียนไป transition พร้อมป้ายแสดงชัดเจนดี แต่จัดการจราจรบนถนนที่เป็นทางออกจากเกาะภูเก็ตเพียงเส้นเดียวได้ไม่ดี ทำให้การจราจรติดขัดมาก
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ดีทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ ข้อมูลเป็นประโยชน์ มีภาพแสดงเส้นทางจริง เสียดายที่นักกีฬาส่วนหนึ่งไม่มาฟัง และไม่รู้เรื่อง
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี แต่แยกพื้นที่ลงทะเบียนกับ transition อยู่คนละแห่ง ทำให้เพิ่มงานเป็น 2 เท่า และส่วนตัวแล้ว ผมไม่ชอบพลุประทัดสร้างควันในพิธีเปิด ไม่ดีต่อสุขภาพนักกีฬาเลย
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำมีแนวทุ่นสองชั้นเป็นกรอบชัดเจนปลอดภัยดี แต่การปล่อยตัวไม่ทำตามที่ประกาศไว้ตอน race brief ว่าจะปล่อยตัวระยะ Olympic แบบ rolling ทีละ 10 คนทุก 10 วินาที เพราะมีจำนวนนักกีฬาหลักห้าร้อย แต่กลับปล่อยตัวนักกีฬาจำนวนมากพร้อมกันทีเดียว โดยเส้นทางจะต้องหักเลี้ยวขวาหลังจากปล่อยตัวด้วย ทำให้เกิดการออติดขัดตรงจุดเลี้ยวแรก เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายมาก นอกจากนั้น ยังยอมให้นักกีฬาด้านขวาจำนวนหนึ่งขึ้นไปวิ่งบนชายหาดแข่งกับคนที่ว่ายน้ำอีกด้วย
ความปลอดภัย-จักรยาน
ปิดถนนเส้นหลักเข้าออกเกาะภูเก็ต 50% ปลอดภัยดี ส่วนถนนเลียบชายทะเลพังงา ควบคุมการจราจรได้ดี แต่ถนนช่วงบ้านบ่อดานแคบเกินไปสำหรับนักกีฬาจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งต้องปั่นสวนทางกันด้วย และป้ายแสดงจุดเลี้ยวไม่ชัดเจน ทำให้นักกีฬาระยะ Sprint ที่ไม่ได้ฟัง race brief จำนวนหนึ่งปั่นเลยจุดเลี้ยวของตนเอง
ความปลอดภัย-วิ่ง
hilight สำคัญคือ ต้องขึ้นลงบันไดและวิ่งบนสะพานสารสิน เส้นทางวิ่งปิดการจราจรได้ปลอดภัยดีมาก มีป้ายแสดงจุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี แต่ไม่มีป้ายบอกระยะทาง
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี การให้ทยอยเข้าพื้นที่โดยรับ chip ประจำตัวที่หน้า transition รวดเร็ว แต่เส้นทางที่ต้องเดินเท้าเปล่าไปชายหาดค่อนข้างมืด และควรประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงเวลาที่อนุญาตให้เข้าไปเอาจักรยานหลังการแข่งขันให้นักกีฬาทุกคนรับทราบ
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดี ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี แต่อาหารบริเวณส่วนกลาง จัดการเรื่องคิวและแถวรอรับบริการไม่ดี

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมลงแข่งขันรายการนี้อย่างรอลุ้นว่า พื้นที่จัดงานอยู่ส่วนไหนของภูเก็ต เพราะเส้นทางในภูเก็ตก็เนินทั้งนั้น พอรู้ว่าใช้พื้นที่รอยต่อของภูเก็ตกับพังงา โดยจุดหลักอยู่ที่สะพานสารสิน ก็ค่อนข้างสบายใจเรื่องตัวเอง แต่หนักใจแทนคนจัด เพราะเป็นพื้นที่คอขวดทางออกหลักเส้นเดียวของชาวภูเก็ต

ผมเดินทางมาก่อนล่วงหน้า 2 คืน เพื่อจะได้พักเต็มที่ วันลงทะเบียนมีโอกาสขับรถดูเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายทะเลพังงา ก็กังวลเรื่องถนนแคบอยู่บ้าง หลังจากฟัง race brief จบ ต้องรีบกลับโรงแรมซึ่งอยู่ฝั่งพังงา เพราะแค่วันลงทะเบียนและเอาจักรยานเข้า transition ก็ทำรถติดมากเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว ผมตัดสินใจไม่เอารถไปวันแข่ง แต่อาศัยติดรถเพื่อนนายทหารเรือซึ่งพักอยู่ฝั่งพังงาเหมือนกันไปแทน โดยต้องตื่นเช้ากว่าปกติตั้งแต่ตีสามครึ่ง เพราะนัดหมายกับเพื่อนว่าจะมารับตอนตีสี่ครึ่ง ไปให้ทันเวลาปิด transition ตอนตีห้า งานนี้เป็นครั้งแรกที่กินอินทผาลัม 4 ลูกแทนกล้วย เพราะกล้วยหอมที่เพิ่งซื้อมายังไม่สุก ตามด้วยน้ำสองแก้ว แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ ก่อนลงมารอเพื่อนที่หน้าโรงแรม

ขอบคุณภาพจาก Facebook: navytriathlonphuket
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Hans van de Peppel

ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 27:25 นาที
Pace 1:49 นาที/100 ม.
เส้นทางว่ายน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านยาวขนานกับชายหาด มีแนวทุ่นเป็นกรอบทั้งสองข้าง ทำให้เล็งทิศไม่ยากถึงจะต้องว่ายทวนเข็มนาฬิกา ช่วงแรกว่ายทวนกระแสน้ำ แต่พอกลับตัวจะเป็นว่ายตามกระแสน้ำชดเชย ทำเวลาได้ดี ผมตัดสินใจไม่ใช้ทุ่นส่วนตัวเหมือนเดิม เพราะคิดว่าถ้าว่ายอยู่ในกรอบของทุ่นสองชั้น น่าจะปลอดภัย  ตอนปล่อยตัว ผมยืนอยู่ทางขวาสุดของกลุ่ม กะว่าจะยอมว่ายอ้อมเหมือนทุกครั้ง แต่เพราะการปล่อยตัวเป็นกลุ่มใหญ่มาก แค่ช่วงแรกก็เหมือนกับอยู่ในดงปลาตีน มันชุลมุนไปหมด เรียกได้ว่า งานนี้โดนทั่วหน้า หมายถึง โดนทุกส่วนของหน้าเลย ครั้งแรกยังไม่ถึงเลี้ยวขวาแรก ผมถูกถีบจนนาฬิกาที่ใส่หลุดจากข้อมือโชคดีที่คว้าไว้ทันแล้วรีบยัดมันใส่อกเสื้อไตรฯ แล้วว่ายต่อได้ (มารู้ทีหลังว่า มีคนทำนาฬิกาตกน้ำด้วย) พอเลี้ยวขวาแรกได้นิดเดียว คราวนี้เจอเตะอัดใส่หน้าเต็ม ๆ จนแว่นว่ายน้ำหลุด ผมต้องประคองตัวใส่แว่น แล้วมาเห็นว่าตัวเองข้ามมาอยู่ด้านซ้ายมือสุดของลู่แล้ว หลังจากนั้น ก็ค่อย ๆ ว่าย free style สลับกับกบเท่าที่พื้นที่ข้างหน้าจะว่าง สักพัก ตอนเงยหน้าขึ้นมาหายใจ อ้าว.. ไหงมีคนวิ่งอยู่บนชายหาดได้ด้วยอะ งงเลย เขายอมให้วิ่งด้วยเหรอ..  แต่ผมก็ว่ายของผมไปเรื่อย ๆ มารู้สึกว่าทางโล่ง ก็ตอนว่ายตามน้ำขนานกับชายหาดรอบนอกแล้ว ซึ่งสามารถว่าย free style อย่างเดียวกะระยะห่างจากทุ่นด้านนอกไปเรื่อย ๆ จนหันกลับเข้าฝั่ง รู้เลยว่า กระแสน้ำช่วยให้ทำเวลาเร็วขึ้นแน่นอน ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

Transition 1
เวลา 08:17 นาที
จากชายหาด จะต้องวิ่งเท้าเปล่ามาตามทางที่ปูพรมเขียวไว้กว่า 400 ม. เพื่อเข้า transition ผมวิ่งไป เอานาฬิกาที่ซุกไว้ในเสื้อออกมาดูไป ปรากฏว่า จริง ๆ แล้วสายมันยังไม่ขาด แต่สลักที่คล้องกับตัวเรือนหลุด ซึ่งเป็นปัญหาของสายที่ผมซื้อมาเปลี่ยนแทนสายดั้งเดิม เพราะเห็นว่าใส่ง่ายกว่า ผมคล้องมันกลับเข้าไปง่าย ๆ แล้วตั้งจับเวลาใหม่อีกครั้ง ใน transition ผมใช้เวลาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวไม่นาน แล้วกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมานิดหน่อย มารู้ตัวอีกทีว่าลืมใส่ถุงมือ ก็ตอนขึ้นคร่อมจักรยานเตรียมจะออกปั่นแล้ว

ขอบคุณภาพจาก Facebook: navytriathlonphuket
ขอบคุณภาพจาก www.finisherpix.com
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:25:16 ชม.
Pace 28.15 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ พอออกจาก transition แล้วก็ไต่ขึ้นสะพานท้าวเทพกระษัตรีที่คู่ขนานกับสะพานสารสินเดิมเลย และน่าจะเป็นช่วงปั่นขึ้นเนินยาวที่สุดของงานนี้แล้วด้วย เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางราบ แต่มีลักษณะคดเคี้ยวไปมาตลอด ไม่ค่อยมีทางราบตรง ๆ ยาว ๆให้ปั่นกันเต็มฝีเท้าเท่าไร และช่วงพ้นสี่แยกบ่อดานไปแล้ว ก่อนถึงจุดกลับตัว ทางจะแคบมาก  สำหรับตัวผม ปั่นเสือหมอบ Mosso [1] คันเดิม heart rate สูงเกิน 130 ใน zone 3-4 ตลอดการแข่งขัน ไม่ลดลงมาเหมือนงานก่อน ๆ แต่ peak สูงสุดที่ 165 ไม่ถึง zone 5 น่าจะเป็นจากสภาพถนนที่คดเคี้ยว ทำให้ไม่ได้ออกแรงปั่นเร็ว แต่ต้องระมัดระวังและตื่นตัวตลอด และต้องคอยตะโกนบอกนักกีฬาระยะ Sprint ป้ายสีเหลืองที่ปั่นเลยจุดกลับตัวของตัวเองมาหลายคน ผมเจอน้องสองคนสุดท้ายตอนจะถึงจุดกลับตัวระยะ Olympic แล้วด้วยซ้ำ โดยสรุป ทำความเร็วสำหรับระยะ 40 กม. ช้ากว่างานที่สงขลาซึ่ง pace เฉลี่ย 28.35 เล็กน้อย และไม่ได้แวะดื่มน้ำเลยเหมือนกัน

Transition 2
เวลา 02:51 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition ไม่เหนื่อย ยังวิ่งเหยาะ ๆ ได้ แต่ร้อนมาก ใน transition ผมเลยกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาจนหมดขวด

ขอบคุณภาพจาก Facebook: navytriathlonphuket
ขอบคุณภาพจาก https://photo.thai.run/ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ-ครั้งที่-4-ณ-จังหวัดภูเก็ต/@AnuwatPhoto
วิ่ง
ระยะทาง 10.55 กม.
เวลา 1:17:50 ชม.
Pace 7.22 นาที/กม.
งานนี้ เส้นทางวิ่งมีแถมสองต่อ ต่อแรกแถมระยะให้อีกกว่าครึ่ง กม. ต่อสองแถมระยะแนวตั้ง คือ วิ่งขึ้นลงบันไดสะพานสารสินประมาณตึกสามชั้น แล้วก็มีวิ่งขึ้นเนินยาว คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรีเหมือนเส้นทางปั่น นอกนั้นต้องถือว่าเป็นทางราบ แต่..ร้อนมาก ร้อนจนหมดอารมณ์ชื่นชมความงานของสองข้างทาง ซึ่งความจริงสวยมากทั้งสะพานสารสินและชายทะเลทางเหนือของเกาะภูเก็ต  ผมวิ่ง pace ต่ำกว่า 6 ได้ 2 กม.แรกเท่านั้น ไม่แวะจุดให้น้ำจนถึง กม. ที่ 4 เพราะกินตุนมาจากใน transition แล้ว หลังจากนั้นก็ชะลอตัวตรงจุดให้น้ำ แต่ก็ออกวิ่งต่อเนื่องได้ตลอด 6 กม.แรก แล้วมาเริ่มเดินตอนถึงสะพานสารสิน เพราะเพิ่งเห็นว่าต้องขึ้นลงบันไดด้วย ลงสะพานได้ก็หมดแรงเปลี่ยนเป็นเดินมากกว่าวิ่งประมาณกิโลครึ่ง แล้วกลับมาวิ่งช่วง กม. สุดท้ายก่อนถึงเส้นชัย  heart rate อยู่ใน zone 3-4 ตลอด มีช่วงแรกที่เพิ่งเริ่มวิ่งกับช่วงสุดท้ายที่ peak ขึ้นไปที่ 167 แต่ยังไม่ถึง zone 5 โดยรวมก็เหมือนกับที่สงขลา คือ ยังไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เดินเลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia

รวมเวลา 3:21:39 ชม.
โดยรวมก็นับว่า ยังคงเหมือนเดิม ทำเวลาได้ไม่ดีไปกว่าที่สงขลา แต่ได้เรียนรู้ว่า อย่าคิดใส่นาฬิกาแบบสายสลักว่ายน้ำในดงปลาตีนอีก เพราะถ้าหลุดหายแล้ว ไม่คุ้มจริงๆ ส่วนที่ต้องไปฝึกเพิ่ม น่าจะเป็น..วิ่งกลางแดด

Links:
[1] http://www.mosso.com.tw

2019-06-10

โยคะสำหรับโรครองช้ำ - Yoga for Plantar Fasciitis

ผมเล่นโยคะมาหลายปี และรู้ถึงประโยชน์ในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อได้ดี พอมาสนใจไตรกีฬา คำถามแรก ๆ ที่ผุดขึ้นในหัว คือ มีโยคะท่าไหนไหม ที่จะช่วยให้เล่นไตรกีฬาได้ดีขึ้น

ผมเคยเป็นโรครองช้ำ Plantar Fasciitis [1] จากการใส่รองเท้าผิด ๆ คือ ใส่รองเท้าหนังแบบเปิดส้นมานาน จนต้องเลิกใส่ แล้วเปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่ถูกต้อง ปัญหานั้นดีขึ้นมาก แต่ยังเจ็บส้นเท้าบ้างเล็กน้อยเป็นครั้งคราว ซึ่งยังพอไหวตัวทัน รู้จักป้องกันไว้ก่อน ด้วยการออกกำลังสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อแกนหลัก ระมัดระวังไม่ออกกำลังหักโหมหรือผิดท่า รวมถึงการเล่นโยคะ

ท่าโยคะที่ผมบริหารอยู่เป็นประจำ คือ ท่านอนหงายยกขา กับ ท่าไขว้ขาเลขสี่ [2]

ท่านอนหงายยกขา คือ นอนราบกับพื้น แล้วงอสะโพก ยกขาขึ้นทีละข้าง เข่าเหยียด พับข้อเท้าข้างที่ยกเข้าหาตัว จนรู้สึกตึงกล้ามเนื้อด้านหลังขาอ่อน Hamstring muscles และน่อง ยกค้างไว้ 30-60 วินาที แล้วสลับข้าง

ท่าไขว้ขาเลขสี่ คือ นอนราบกับพื้น แล้วงอสะโพก งอเข่ายกขึ้นทั้งสองข้าง แล้วไขว้ขาข้างหนึ่งพาดต้นขาอีกข้างเป็นรูปเลขสี่ พับข้อเท้าข้างที่พาดเข้า จนรู้สึกตึงกล้ามเนื้อด้านหลังขาอ่อน ยกค้างไว้ 30-60 วินาที แล้วสลับข้าง

สำหรับท่าที่สองนี้ ผมเอาไปใช้เวลายืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนวิ่งด้วย คือ ยืนไขว้ขาพาดเป็นรูปเลขสี่ มือข้างเดียวกันกับขาที่พาดกดหัวเข่าด้านนั้นลง พับข้อเท้าข้างที่พาดเข้า จนรู้สึกตึงกล้ามเนื้อด้านหลังขาอ่อน น่าจะใช้ได้เหมือนกัน โดยไม่ต้องนอนทำแบบโยคะ

อย่างไรก็ตามโรครองช้ำไม่ได้เกิดจากฝ่าเท้าผิดปกติ แต่เกิดจากกล้ามเนื้อแกนหลักทั้งหมด จึงควรบริหาร [ออกกำลังกล้ามเนื้อแกนหลัก core muscle exercise] ด้วย




Links:


2019-05-25

O: ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 3 2562: สงขลา - 3rd Navy Triathlon 2019: Songkhla

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     ไตรกีฬานาวีครั้งที่ 3 2562 - 3rd Navy Triathlon 2019
     สงขลา - Songkhla


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เปลี่ยนแปลงวันแข่งจากเดิมวันอาทิตย์เป็นวันเสาร์ ประชาสัมพันธ์ทาง Facebook และกลุ่มไลน์ แต่แจ้งรายละเอียดการแข่งขันช้ากว่างานครั้งก่อน ๆ และมี Facebook 2  page ทั้ง 'ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ' และ 'ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดสงขลา' ทำให้ค่อนข้างสับสน
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจนดี แต่ภาคอังกฤษไม่ชัดเจนและไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถเพียงพอและไม่ไกล แต่บางส่วนมาจอดริมถนนใกล้บริเวณจัดงาน ควรกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจน
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
รายละเอียดเส้นทางการแข่งขันที่พูดกับที่เป็นภาพเคลื่อนไหวบนจอไม่ไปด้วยกัน ทำให้สับสนมาก และไม่เน้น ไม่ให้ความสำคัญเรื่องกฏกติกาเลย ส่วนภาคอังกฤษไม่ได้แปลไปพร้อมภาคไทย มาพูดทีหลังแต่สั้นมาก รายละเอียดขาดไปมาก ต่างจากการแข่งขันครั้งก่อน ๆ ซึ่งทำได้ดีกว่านี้มาก
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี แต่การพิมพ์ผลการแข่งขันต้องรอคิวนาน น่าจะประชาสัมพันธ์ว่าสามารถดูผลทางออนไลน์ได้อย่างไร และส่วนตัวแล้ว ผมไม่ชอบพลุประทัดสร้างควันในพิธีเปิด ไม่ดีต่อสุขภาพนักกีฬาเลย
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำมีแนวทุ่นสองชั้น ชั้นในสำหรับระยะ Sprint และ Olympic โดยมีชั้นนอกสำหรับระยะ Full ช่วยเป็นกรอบ ร่วมกับการให้ใช้ทุ่นส่วนตัว ช่วยให้ปลอดภัยดี แต่ที่ไม่ชอบ คือ ต้องว่ายทวนเข็มนาฬิกา
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางมีทั้งถนนในเมือง ถนนเส้นหลักเข้าออกตัวเมืองสงขลา ถนนนอกเมือง มีปิดทั้งถนน ปิดครึ่งถนน และไม่ปิดถนนแต่ควบคุมการจราจร มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี แต่การควบคุมการจราจรและคนเดินเท้าทำได้ยาก การปิดถนนเส้นหลักเข้าออกตัวเมืองครึ่งหนึ่งก็คงกระทบชาวบ้านแน่ ๆ และส่วนหนึ่งทับซ้อนกับเส้นทางวิ่ง
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งมีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี แต่ทับซ้อนกับบริเวณเตรียมงานเทศกาลอาหาร 2 ทะเลตรงสระบัว ทำให้เส้นทางไม่โล่ง และส่วนหนึ่งทับซ้อนกับเส้นทางปั่นจักรยาน
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี แต่การรับ chip ประจำตัวที่หน้า transition นี้ ทำให้ต้องรอคิวนาน
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีมาก ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน เป็นกันเอง และรวดเร็ว
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี แต่อาหารบริเวณส่วนกลางในงานเลี้ยงก่อนและหลังการแข่งขัน จัดการเรื่องคิวและแถวรอรับบริการไม่ดี ควรเพิ่มแถวให้มากกว่านี้ และอาหารบางรายการไม่เพียงพอ

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมลงแข่งขันรายการนี้อย่างไม่กังวล เพราะอยู่ในจังหวัดสงขลา คุ้นเคยเส้นทางแข่งขัน ทั้งว่ายน้ำ จักรยานและวิ่งดี แต่ก่อนวันแข่งขัน ผมขับรถดูเส้นทางแล้วกลับเริ่มกังวลแทนผู้จัด เพราะเส้นทางแข่งขันกับพื้นที่ใกล้เคียง มีงานมหรสพสมโภชพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตรงอีกด้านของสนามติณสูลานนท์ และมีการเตรียมงานเทศกาลอาหาร 2 ทะเลตรงสระบัวซ้อนอยู่ด้วย เส้นทางแข่งขันก็ผ่านถนนทางเข้าออกหลักของตัวเมืองสงขลา เส้นทางท่องเที่ยวหลัก คาดว่า คงมีเสียงบ่นของชาวบ้านจากการปิดถนนแน่ ๆ ถึงจะเป็นวันเสาร์

ก่อนแข่งขัน ผมตื่นตีสี่ครึ่งตามปกติ ตื่นนอนมาก็กินกล้วยหอมงอม ๆ ไปสามลูกตามด้วยน้ำสองแก้ว แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ แต่มีปัญหาเรื่อง sticker หมายเลขประจำตัวที่ต้องติดแขนขา ทำยังไงก็ไม่ติด แปะ ชุบน้ำถูแล้วก็ไม่ติด เลยเลิก ลงแข่งโดยไม่มีหมายเลขที่ตัว

ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ขอบคุณภาพจาก Facebook: ANn P. Sutthinan
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 36:20 นาที
Pace 2:25 นาที/100 ม.
ว่ายรอบแนวทุ่นชั้นใน 2 รอบ แต่ว่ายทวนเข็มนาฬิกาตรงข้ามกับในรูป ตอนเช้าวันแข่งขัน ทะเลค่อนข้างเรียบ มีคลื่นน้อยมาก ผมจึงตัดสินใจไม่ใช้ทุ่นส่วนตัว เพราะไม่ชินกับการมีอะไรผูกเอว และคิดว่าถ้าว่ายอยู่ในกรอบของทุ่นสองชั้น น่าจะปลอดภัย  ตอนปล่อยตัว ผมอยู่ในกลุ่มแรกของระยะ Olympic ก็พยายามอยู่ชิดด้านขวาของกลุ่ม ซึ่งอยู่ไกลจากแนวทุ่นชั้นใน แต่พอว่ายไปได้สักพัก กลับหลงเข้าไปอยู่ตรงกลางกลุ่ม เจอปลาตีนรอบตัวเลย กว่าจะหลุดออกมาได้ก็เกือบจะถึงจุดเลี้ยวซ้ายแรก พอถึงเส้นทางขนานกับชายหาด ตอนเงยหน้าขึ้นมาหายใจด้านขวา ก็เจอพระอาทิตย์ส่องหน้าเต็ม ๆ จนจับแนวทุ่นรอบนอกไม่ได้เลย ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีว่ายเกาะกลุ่มไปเรื่อย ๆ แทน ช่วงก่อนขึ้นฝั่งรอบแรก เห็นคนเดินแทนว่าย เพราะน้ำตื้นผืนทรายนุ่ม  พอขึ้นรอบสอง ค่อนข้างชินเส้นทางแล้ว แต่ไปซ้อนกับนักกีฬากลุ่มหลัง ก็เลยติดขัดอีกรอบหนึ่ง แต่ยังไงว่ายน้ำงานนี้ ผมก็ free style ได้นานกว่าทุกครั้ง ว่ายกบน้อยมากเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวเท่านั้น  สนามนี้ไม่มีแมงกะพรุน แต่รู้สึกแสบ ๆ ตรงหน้าอกบ้าง

Transition 1
เวลา 06:25 นาที
จากทะเล ต้องวิ่งขึ้นมาข้ามถนนเพื่อเข้า transition ระยะประมาณ 150 ม. ไม่รู้สึกหิวน้ำ แต่ผมก็กินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาไป 2 อึก เผื่อไว้เท่านั้น

ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ขอบคุณภาพจาก https://photo.thai.run/navy-triathlon-the-series-3/@intaranin
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:24:39 ชม.
Pace 28.35 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ ต้องถือว่า ..ราบเรียบ มีเนินเล็ก ๆ บนถนนสายสงขลา-จะนะ ช่วงออกนอกเมืองตรงสุสานจีน ก่อนเลี้ยวเข้าซอย 11 เนินเดียวเท่านั้น ช่วงถนนในเมือง เส้นเลียบหาดชลาทัศน์ ปิดถนนทั้งหมด พอพ้นแยกสำโรงเข้าถนนสงขลา-จะนะที่มีเกาะกลางถนน ก็ปิดถนนครึ่งหนึ่งเลย จึงปั่นได้ค่อนข้างสบายไปเรื่อย ๆ มีจุดอันตรายจุดเดียว คือ ตอนเลี้ยวหักมุมจากถนนสงขลา-จะนะเข้าซอย 11 แคบ ๆ เท่านั้น ซึ่งตรงนั้น ผมเจอคุณยายคนหนึ่งเดินข้ามถนนมาช้า ๆ พอดี แต่ผมปั่นชะลอเลี้ยวอยู่แล้ว จึงหลบทัน ส่วนถนนเส้นเลียบชายทะเลไปจนถึงนาทับขรุขระเล็กน้อย มีหมู่บ้านตลอด ถึงจะไม่ปิดการจราจร แต่ควบคุมได้ดีตลอดทาง ทำให้ปั่นได้สบายใจ งานนี้จะมีหนักใจบ้าง ก็คงจะเป็นธรรมเนียมการปั่นจักรยานมากันเป็นแผงของเหล่าทหารเรือ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของงาน แต่เรื่องนี้ก็พอจะเข้าใจได้  สำหรับตัวผม ปั่นเสือหมอบ Mosso [1] ช่วงแรก heart rate จะเร็วระดับ 150+ แต่ยิ่งปั่นยิ่งลดลงมาเหลือ 120 เท่านั้น ทำให้ช่วงสุดท้าย พอพ้นเนินเดียวที่ว่า ผมก็เร่งปั่นทำเวลาได้ดีกลับมาเข้า trasition ด้วย pace เฉลี่ยสำหรับระยะ 40 กม. เร็วที่สุดเท่าที่เคยทำได้ทั้งตอนซ้อมและแข่ง โดยไม่ได้ดื่มน้ำเลย

Transition 2
เวลา 02:54 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition มันรู้สึกเหนื่อย ๆ และเมื่อยน่องกว่าปกติ คิดผิดหรือเปล่าไม่รู้ที่ปั่นเร่งเครื่องปิดท้าย ใน transition ผมกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาจนเกือบหมดขวด เพราะแดดเริ่มร้อน

ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ขอบคุณภาพจาก https://photo.thai.run/navy-triathlon-the-series-3/@AnuwatPhoto

วิ่ง
ระยะทาง 10.5 กม.
เวลา 1:16:24 ชม.
Pace 7.16 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งก็ ..ราบเรียบ เป็นถนนในตัวเมืองสงขลา เรียกได้ว่า กวาดสถานที่ท่องเที่ยวหลักไว้เกือบหมด ตั้งแต่หาดชลาทัศน์ วงเวียนคนอ่านหนังสือ เงือกทอง หาดสมิหลา สระบัว แหลมสนอ่อน สวนสองทะเล ศาลกรมหลวงชุมพรฯตรงปากทะเลสาบสงขลา หัวพญานาค แพขนานยนต์ข้ามทะเลสาบ แล้ววกกลับเส้นทางเดิม มาแค่เฉี่ยว ๆ สะดือพญานาค เพราะมีงานเทศกาลอาหาร 2 ทะเลขวางอยู่ ปิดท้ายที่หางพญานาค ก่อนหลายคนจะถูกหลอกว่า เข้าเส้นชัยหน้าสนามกีฬาติณสูลานนท์แล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ ต้องวิ่งเลยไปกลับตัวหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยอีกเป็นกิโล ถึงจะวกมาเข้าเส้นชัยจริง ๆ สรุปคือ มีแถมระยะให้ประมาณครึ่งกม.  ผมวิ่ง pace ต่ำกว่า 6 ได้แค่กม.แรกเท่านั้น ไม่แวะจุดให้น้ำจุดแรก เพราะกินตุนมาจากใน transition แล้ว หลังจากนั้นก็วิ่งช้าลง ชะลอตัวตรงจุดให้น้ำทุกจุด แต่ก็ออกวิ่งต่อเนื่องได้ตลอด 7 กม.แรก โดย heart rate อยู่ใน zone 3-4 ตลอด สุดท้ายก็มาหมดแรงช่วงผ่านเต็นท์เทศกาลอาหาร 2 ทะเล เปลี่ยนเป็นเดินมากกว่าวิ่งประมาณกิโลครึ่ง จนถึงถนนริมหาดชลาทัศน์ ก็กลับมาวิ่งต่อถึงเส้นชัย ช่วงนี้ heart rate ขึ้นไปสูงสุดที่ 157 แต่ยังไม่ถึง zone 5 โดยรวมก็ถือว่า ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เดินเลย แต่ก็ถือว่าต้องเดินน้อยที่สุด น้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาแล้ว คือ กิโลครึ่ง

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 3:26:42 ชม.
ทำเวลาได้ดีที่สุด ตั้งแต่แข่งระยะ Olympic มาทั้งหมด

Links:
[1] http://www.mosso.com.tw


2019-04-28

O: สิชลไตรกีฬา 2562: สิชล - Sichon Triathlon 2019: Sichon

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     สิชลไตรกีฬา 2562 - Sichon Triathlon 2019
     สิชล - Sichon


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เริ่มประชาสัมพันธ์ทาง Facebook ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2561 พอถึงกลางเดือนธันวาคมเริ่มรับสมัคร ก็มีรายละเอียดเส้นทาง race route profile อย่างละเอียดออกมาแล้ว นั่นมันก่อนงานตั้ง 4 เดือน แล้วภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็สวยงาม มืออาชีพมาก
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจน ครื้นเครงเป็นกันเองดี แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถเพียงพอและไม่ไกล แต่บางส่วนที่มาจอดในเขาพลายดำรีสอร์ทจะเข้าออกจากงานลำบาก เนื่องจากต้องผ่านด้านหน้า transition
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ภาคไทยชัดเจนดีมาก มีประโยชน์ที่ได้มาฟังก่อน แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน เหมือนไม่ได้มาด้วยกัน
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี ช่างภาพมืออาชีพเยอะมาก ชาวบ้านในพื้นที่และอาสาสมัครที่มาทำงานก็น่ารัก น่าภาคภูมิใจแทนคนสิชลและนครศรีธรรมราชในความร่วมมือร่วมใจกันเพื่องานไตรกีฬาครั้งแรกของจังหวัด
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำปรับเปลี่ยนจากเป็นเส้นตรงไปกลับ เป็นว่ายตามเข็มนาฬิการูปสามเหลี่ยมรอบแนวทุ่นชั้นเดียว การปล่อยตัวเป็น wave ตามกลุ่มอายุ และมีระบบดูแลความปลอดภัยดี
ความปลอดภัย-จักรยาน
ใช้เส้นทางบริเวณเขาพลายดำที่เป็นหน้าผาริมทะเลสวยงามมาก ส่วนเส้นทางนอกเมืองที่ผ่านชุมชนหลายแห่ง ก็สามารถควบคุมการจราจร มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว จุดเสี่ยง แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดีมาก ผมสังเกตว่า มีทรายที่ไหลตามน้ำฝนมากองอยู่ข้างทางก่อนวันงาน พอถึงวันงานก็จัดการล้างออกจนถนนโล่ง
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งโหดมาก มีแต่เนินและเนินกว่า แต่สวยงามน่าประทับใจมาก มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยวชัดเจนดี ไม่ได้ปิดการจราจร 100% แต่มีชาวบ้านขับรถผ่านน้อยมาก ต้องระวังสุนัขของชาวบ้านอยู่บ้าง และคำเตือน คือ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่เข่าเสื่อม
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี แต่แสงไฟมืดไปหน่อย และเจ้าหน้าที่ไม่ควบคุมเส้นทางการนำจักรยานเข้าออกให้นักกีฬาบางคนที่ลักไก่ตัดทางลัด ไม่อ้อมตามที่กำหนดไว้
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีมาก เป็นกันเองและรวดเร็ว ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี งานเลี้ยงก่อนการแข่งขันพร้อมกับคอนเสิร์ตจัดได้ดีมาก เป็นเสน่ห์ของงานอย่างหนึ่งที่น่าประทับใจ

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ชื่อสิชลและเขาพลายดำ ทำให้ผมตัดสินใจจองที่พักเขาพลายดำรีสอร์ท [1] ทันที และสมัครงานนี้เป็นคนกลุ่มแรก ๆ โดยไม่ต้องคิด ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าเส้นทางต้องเนินและเนินแน่ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยกลัวเนินเท่าไร ไม่ใช่เพราะฝีเท้าปั่นวิ่งดีขึ้น แต่เพราะทำใจได้ว่า ไม่ไหวก็เดินหรือเข็นเอา ไม่เห็นจะยาก

การได้ที่พักบริเวณจัดงาน และเดินทางมาก่อนล่วงหน้า 2 คืน ทำให้รู้สึกสบายเหมือนมาเที่ยว เช้าวันลงทะเบียน มีโอกาสได้เดินดูเส้นทางวิ่งไปได้ประมาณครึ่งทาง เห็นเนินแล้วอยากรู้จัก race director ขึ้นมาเลย แถมถูกสุนัขชาวบ้านคุกคามเพราะเราแปลกหน้าบุกรุกพื้นที่ของพวกมันด้วย รู้สึกกังวลแทนบรรดาพวกโปรแถวหน้าที่ต้องเป็นหน่วยกล้าตายนำหน้าเหมือนกัน แล้วได้ขับรถแวะเที่ยวข้างทางกับเข้าเมืองสิชล ผ่านเส้นทางจักรยานไปในตัว อันนี้ก็โหดอีก ส่วนวันแข่ง ตื่นตีสี่ครึ่งตามปกติ ตื่นนอนมาก็กินกล้วยหอมที่อุตส่าห์ขับรถเข้าไปซื้อถึงในตัวเมืองสิชล ตามด้วยน้ำสองแก้ว แล้วถ่ายอุจจาระโล่ง ได้ warm up ในห้องพร้อมกับฟังเสียงประกาศที่ได้ยินจากในงาน ก่อนจะเดินขนของออกไปเก็บที่ transition

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 35:06 นาที
Pace 2:20 นาที/100 ม.
ตอนเช้าวันแข่งขัน ทะเลค่อนข้างเรียบ มีคลื่นไม่มาก เส้นทางว่ายน้ำตามเข็มนาฬิกาเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยต้องวิ่งขึ้นมาอ้อมจุด check point บนหาดทรายเมื่อครบรอบแรก ก่อนจะลงไปว่ายรอบที่สอง  การปล่อยตัวเป็น wave ตามกลุ่มอายุ ทำให้นักกีฬาไม่แออัด ผมจึงว่ายอย่างสบาย ๆ ทำเวลาได้ดี แต่มีปัญหากับ GPS ของนาฬิกา มันจับสัญญาณไม่ได้หรือยังไงไม่รู้ ส่งเสียงเตือนตอนกำลังว่ายอยู่หลายครั้ง พอมาดูรูปทีหลัง ก็เห็นว่า มันจับเส้นทางว่ายน้ำของเรามั่วไปหมดเลย

Transition 1
เวลา 06:23 นาที
transition อยู่ลึกจากชายหาดเข้ามาพอสมควร ความที่ได้ bib เบอร์แรก ๆ จึงอยู่ตรงทางเข้าติดกับที่กั้น ซึ่งมีกองเชียร์ของนักกีฬายืนอออยู่เต็ม รู้สึกแปลก ๆ เวลาต้องแต่งตัวต่อหน้าคนอื่น เลยตั้งใจบรรจงเช็ดหน้า สวมผ้า buff หมวกจักรยาน แล้วลงไปนั่งกับพื้นบรรจงเช็ดเท้าอีกรอบ ใส่ถุงเท้ารองเท้า ใส่ถุงมือแล้วคว้าน้ำเกลือแร่มาบีบใส่ปาก ก่อนลากจักรยานเดินอ้อมวนเข้าไปด้านในก่อนออกตามกำหนด เพื่อไม่ให้ได้เปรียบจากการที่อยู่ใกล้ทางออก

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:33:37 ชม.
Pace 25.60 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้โหดใช้ได้ พอออกจาก transition เลี้ยวซ้ายขึ้นถนนแล้ว ก็ไต่ขึ้นเนินชันและสูงที่สุดเลย เป็นถนนผ่านหน้าผาเลียบทะเลวิวสวย แล้วขึ้น ๆ ลง ๆ เนินเป็นลอน ก่อนจะลงสู่พื้นราบ คราวนี้ได้ปั่นกันยาวตามทางหลวงหมายเลข 4232 เกือบจะถึงทางแยกเข้าเมืองสิชล วกกลับทางเดิม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3009 แล้ววกกลับเข้าเส้นทางเดิม มาขึ้นเนินสูงอีกครั้ง  ผมเองปั่นเสือหมอบ Mosso [2] พอถึงเนินแรก ก็ไม่รอช้า ลงมาเดินเข็นจักรยานทันทีอย่างตั้งอกตั้งใจ มั่นใจว่า สำหรับตัวเองแล้วเดินเข็นเร็วกว่าฝืนปั่นต่อแน่ ๆ หลังจากพ้นเนินแรกได้ ก็ปั่นยาวตลอด แต่ขากลับเกิดปัญหาโซ่หลุดระหว่างแข่งเป็นครั้งแรกเพราะเปลี่ยนเกียร์เร็วไป ต้องลงมาคล้องกลับเข้าไปใหม่ อาสาสมัครที่ยืนประจำตรงจุดนั้นวิ่งเข้ามาถามทันทีว่า มีปัญหาอะไรมั้ย แต่ผมคล้องโซ่เสร็จเสียก่อน จึงขอบคุณน้องเขาไป ก่อนจะปั่นต่อผ่านเนินสูงอีกครั้ง ขากลับไม่ต้องลงเข็น แต่ต้องแตะเบรคลงเนินทิ้งโค้งช้า ๆ ไม่กล้าปล่อยไหล กลับมาเข้า transition แบบเมื่อยน่องเอาเรื่อง

Transition 2
เวลา 01:49 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition เมื่อยน่องกว่าทุกครั้ง ต้องเดินปรับตัวอยู่สักพัก ไม่กล้าวิ่ง ใน transition ผมกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาจนหมดขวด เพราะคิดว่าต้องใช้เวลากับเส้นทางวิ่งข้างหน้านานกว่าทุกงานแน่

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
วิ่ง
ระยะทาง 10 กม.
เวลา 1:37:41 ชม.
Pace 9.46 นาที/กม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ว่าโหดแล้ว เส้นทางวิ่งโหดกว่าอีก เรียกได้ว่า เดินไปคิดถึงหน้า race director ตอน brief ไปยิ้มไปเลย น้องจัดเส้นทางได้ประทับใจมาก คือ พอออกจาก transition เลี้ยวขวาขึ้นถนนแล้ว ก็ไต่เนินกันเลย แบบไต่ขึ้นเรื่อย ๆ มีขาลงให้ตายใจเล็กน้อย แล้วก็ไต่ขึ้นเนินที่สองต่อ ก่อนจะขาลงรวดเดียวไปเจอทางลูกรังให้ได้สัมผัสเส้นทาง trail นิดนึง แล้ววกกลับมาทางเดิม วิวสวยมากครับ โดยเฉพาะตอนอยู่บนยอดเนิน มันมองเห็นทิวทัศน์ตรงหน้าสุดยอดจริง ๆ  ผมเองเริ่มต้นวิ่งนับจาก transition ได้ไม่ถึงครึ่ง กม. ก็เปลี่ยนเป็นเดินแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ เพราะขาขึ้น ก็ไม่มีแรงไต่ ส่วนขาลง ผมก็ไม่ยอมเอาเข่าไปเสี่ยงแน่ มันน่ากลัวกว่าขาขึ้นอีก จะวิ่งบ้างก็ตอนผ่านหน้าตากล้องเท่านั้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมหมู่ของนักกีฬา ส่วน heart rate นั้น ก็อยู่ zone 3 ตลอด ตอนเดินขาลงเนินยาวมันสบายจนลงต่ำมาถึง 100  แล้วมา peak ที่ 159 ตอนกัดฟันวิ่งช่วงกม. สุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย


รวมเวลา 3:54:38 ชม.
งานนี้ทำเวลานานที่สุดตั้งแต่แข่งระยะ Olympic มา คือ เกือบ 4 ชม. ซึ่งไม่ได้เกินคาดอะไร ว่ายน้ำทำได้ดี จักรยานก็ถือว่าใช้ได้ตรงที่ขากลับไม่ต้องลงเข็น ส่วนเรื่องวิ่งนั้น ทำใจมาเดินอยู่แล้ว และต้องถือว่าเป็นเส้นทางวิ่งที่ประทับใจที่สุดเลย ทั้งทิวทัศน์รอบตัว นักกีฬาคนอื่น ตากล้องและอาสาสมัครตามจุดให้น้ำกับปฐมพยาบาลเป็นกันเอง เป็นกำลังใจที่ดีและน่ารักมาก ๆ ถึงผมจะคิดว่า คงไม่กลับไปสนามนี้อีก เพราะห่วงเรื่องเข่าพัง แต่ถ้ายังหนุ่ม ๆ ละก็ กลับไปแน่ 

2019-04-21

S: สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 3 2562: สงขลา - 3rd Songkhla Triathlon 2019: Songkhla

S: ระยะสั้น - Sprint distance
     สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 3 2562 - 3rd Songkhla Triathlon 2019
     สงขลา - Songkhla


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เริ่มประชาสัมพันธ์ทาง Facebook ตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่แจ้งกำหนดวันแข่งต้นเดือนมกราคม 2562 ช้ากว่างานอื่นที่จัดใกล้เคียงกัน แจ้งรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ผู้ดูแล Facebook ตอบคำถาม inbox รวดเร็วและตั้งใจมาก
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจนดี แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถบริเวณงานไม่เพียงพอ แต่สามารถจอดข้างถนนตรงชายหาดและถนนใกล้เคียงได้
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ภาคไทยดีกว่าครั้งก่อนมาก แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่องเสื้อเหมือนปีก่อน
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำตามเข็มนาฬิกาเป็นรูปสามเหลี่ยม ดูแลความปลอดภัยดี
ความปลอดภัย-จักรยาน
การปิดถนนหรือควบคุมการจราจรทำได้ดีกว่าปีก่อนมาก แต่บางส่วนซ้อนกับเส้นทางวิ่ง
ความปลอดภัย-วิ่ง
ปีนี้ปรับเปลี่ยนมาวิ่งบนถนนริมหาดชลาทัศน์แทน และแยกเส้นทางวิ่งระยะ Sprint กับ Fun Run ออกจากกัน แต่เส้นทางบางส่วนซ้อนกับเส้นทางจักรยาน ยังมีความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุ
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี ไม่ต้องเบียดรอคิว
การแพทย์
ไม่มีข้อมูล
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันและส่วนกลางมีเพียงพอและบริการดี

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Sprint ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมลงงานนี้เพื่อแก้มือให้ทั้งตัวเองและผู้จัด สำหรับตัวเองก็เพราะว่าปีก่อนลง สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 2 เป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วไม่ได้ว่ายน้ำ แถมเข้าเส้นชัยเกือบจะคนสุดท้าย งานนี้จึงเหมือนครบรอบ 1 ปีที่หัดไตรกีฬา ตั้งใจว่าจะมาเปรียบเทียบผลงานของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ส่วนของผู้จัดก็เพราะปีก่อนจัดได้แย่มาก ผมเองให้ความเห็นผ่านทาง Facebook ไปหลายเรื่อง เลยอยากมาพิสูจน์ว่าเขาปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า ซึ่งก็พบว่า ผู้จัดรับฟังปัญหาที่นักกีฬาปีก่อนบ่นมาแล้วแก้ปัญหาในปีนี้ทุกเรื่อง จึงจัดออกมาได้ดีมาก จนน่าชื่นชม

คืนก่อนแข่ง ผมลงทุนเปิดห้องที่บีพีสมิหลาบีช [1] ทั้ง ๆ ที่ความจริงขับรถมาจากบ้านก็ได้ แต่ไม่อยากรีบเร่งตอนเช้า หลับสบาย ตื่นตีสี่ครึ่ง ลุกมากินกล้วยกับน้ำสองแก้วตามเดิม แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ นั่งสมาธิ แล้วยังมีเวลา warm up ในห้องที่โรงแรม ก่อนเดินข้ามถนนมาบริเวณจัดงาน

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/Songkhlatriathlon
ขอบคุณภาพจาก https://web.facebook.com/Songkhlatriathlon
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 0.75 กม.
เวลา 21:28 นาที
Pace 2:51 นาที/100 ม.
ช่วงเช้าก่อนแข่งขัน ต้องไปยืนรอลุ้นตรงชายหาดด้านหลังวงเวียนคนอ่านหนังสือว่า วันนี้คลื่นลมจะแรงหรือเปล่า ปรากฏว่า ค่อนข้างสงบ ได้ว่ายน้ำแน่นอนปีนี้ ตอนปล่อยตัวลงน้ำ พระอาทิตย์กำลังขึ้นพอดี ความรู้สึกผมเหมือนมาว่ายน้ำกับเพื่อนมากกว่าแข่งขัน เลยว่ายแบบสบาย ๆ เป็นการว่ายน้ำทะเลที่รู้สึกดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

Transition 1
เวลา 03:52 นาที
ขึ้นจากน้ำ เพิ่งมารู้ตัวว่ากดนาฬิกาจับเวลาผิด ตอนก่อนจะลงน้ำ จากชายหาด ต้องข้ามถนนมาเข้า transition งานนี้มีระบบฝอยน้ำตรงทางเดินให้ล้างตัว ดีกว่าปีก่อนชัด ๆ ที่ให้มายืนแย่งกันตักน้ำจากถังเอง ใน transition ผมทำเวลาเปลี่ยนชุดได้ดี ไม่ต้องกินน้ำ แล้วออกไปปั่นจักรยานต่อเลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/1000shot100pix
จักรยาน
ระยะทาง 20 กม.
เวลา 39:41 นาที
Pace 30.24 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานราบเรียบไม่มีเนิน เป็นถนนริมหาดชลาทัศน์ค่อนข้างตรงตลอดสาย มีเลี้ยวมาเข้าถนนหน้าหาดสมิหลานิดหนึ่ง แล้วก็วกกลับมาปั่น 2 รอบ  ปีนี้การควบคุมการจราจรดีกว่าปีที่แล้วมาก แต่ต้องระวังตรงช่วงที่มีนักกีฬาวิ่งอยู่บนถนนริมหาดอยู่บ้าง  ผมเองปั่นเสือหมอบ Mosso [2]โดยรวมนับว่าปั่นสบาย ๆ ด้วย pace เร็วที่สุดเท่าที่เคยปั่นระยะนี้มา

Transition 2
เวลา 01:12 นาที
ใน transiton ผมกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมานิดเดียว เพราะยังไม่รู้สึกทั้งเหนื่อยและหิว พร้อมแล้วก็ออกไปวิ่งได้เลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/1000shot100pix
วิ่ง
ระยะทาง 5 กม.
เวลา 30:56 นาที
Pace 6.11 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งงานนี้ คือถนนเลียบหาดชลาทัศน์แล้ววกกลับมาเข้าเส้นชัย ผมวิ่งเรื่อย ๆ แต่รวดเดียว ไม่แวะจุดให้น้ำเลย ก็นับว่าทำเวลาได้ดีทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 1:37:09 ชม.
ครบรอบ 1 ปีกับไตรกีฬางานเดียวกัน รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งความมั่นใจและการทำเวลา สำหรับระยะ Sprint ที่เป็นการออกกำลังเรื่อย ๆ 3 อย่างในเวลาไม่เกิน 2 ชม. แบบนี้ น่าจะเป็นการออกกำลังของผู้สูงอายุที่ดีอย่างหนึ่งเลย เพราะได้ออกกำลังหลายอย่าง และไม่นานจนเกินไป

2019-04-01

ผ้าสารพัดประโยชน์ - Buff

เวลาไปวิ่งออกกำลัง บางคนสวมหมวก บางคนโพกผ้าสีสันสดใสเหมือนเป็นแฟชั่นคู่กับเสื้อผ้าและรองเท้าแนวนักกีฬา ผ้าโพกหัวหรือที่เรียกติดปากกันว่า ผ้าบัฟฟ์ ตามชื่อแบรนด์ยอดนิยม BUFF® [1] นำเข้าจากสเปน

แต่สำหรับผู้สูงวัยอย่างผม ไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นความจำเป็น 

ตอนเริ่มซ้อมวิ่งใหม่ ๆ ผมก็ใส่หมวกแก๊ป cap หรือหมวกกอล์ฟ visor ที่มีปีกบังแดดบังลมด้านหน้าอยู่ได้ไม่กี่วัน แล้วก็มีปัญหาเหงื่อเข้าตา เรื่องใหญ่ของคนคิ้วบางและใส่แว่นตาอย่างผม ซึ่งความจริง ตอนวิ่งก็ไม่ลำบากนัก ยังพอเลิกแว่นขึ้นแล้วปาดเหงื่อออกได้

แต่พอถึงตอนปั่นจักรยาน ปัญหาเหงื่อเข้าตา แสบตา กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว เพราะเวลาใส่แว่นตาปั่นตอนแก่ มันต้องใช้สายรัดแว่นกับหัว กันไม่ให้แว่นตกดั้งจมูก แว่นโปรเกรสซีฟตามวัยจะได้ไม่เปลี่ยนโฟกัส ซึ่งจำเป็นมากเวลาก้มหน้าปั่น พอเหงื่อตกไหลเข้าตา มันขยับเลิกแว่นขึ้นเพื่อปาดเหงื่อแบบตอนวิ่งไม่ได้ เพราะติดสายรัด ถ้าจะเอานิ้วชอนลอดแว่นเข้าไปเช็ด จักรยานเป็นล้ม

เดือดร้อนสิครับ ..เดือดร้อนมาก

ผมถึงต้องหาผ้าบัฟฟ์มาใช้กับเขาบ้าง ผ้าบัฟฟ์ผืนแรก เรียกได้ว่า เป็นอุปกรณ์ประจำตัวชิ้นแรก ๆ ที่ลงทุนซื้อมาใช้เลยทีเดียว ของแท้ผืนนึงราคาไม่ต่ำกว่า 600 บาท แต่ถามว่า ..คุ้มมั้ย ก็ต้องตอบว่า ..คุ้มมากกกกก


ข้อดี
ซับเหงื่อได้ดี
เวลาพับหลายชั้นโพกหน้าผาก ช่วยซับเหงื่อที่ไหลมาจากผมและหน้าผากได้ดีเยี่ยม ซึ่งแบบนี้ สารพัดหมวกทำไม่ได้ หลังจากนั้น ผมไม่มีปัญหาเหงื่อไหลเข้าตาอีกเลย ทั้งตอนวิ่งและปั่น
บางและนุ่ม 
ผ้าต้องบางนุ่ม จึงจะพับหลายชั้นโพกหน้าผากได้โดยไม่รู้สึกรัดหัวเกินเหตุ แล้วยังใส่หมวกจักรยานซ้อนทับได้อีกชั้น ซึ่งถ้าเป็นผ้าขนหนูหรือผ้าอื่น จะยัดหมวกแทบไม่ลง
ซักได้ แห้งง่าย 
เรื่องซักได้ง่ายนี่จำเป็นมาก เพราะมันต้องโชกเหงื่อประจำ ถ้าซักไม่ได้หรือซักยากเหมือนหมวก ก็ต้องทนเหม็นสาบหรือโดนโยนทิ้งเร็ว นอกจากซักง่ายแล้ว ยังต้องแห้งเร็วด้วย จะได้ไม่อับชื้น ผมจึงมีผ้าบัฟฟ์ที่ซื้อมานี้แค่ผืนเดียว ซักใช้ได้ทุกวันมาจนครบปี ถึงค่อยมีผืนที่สอง ซึ่งผืนหลังนี้ชอบมาก ได้มาจากงานชมพู-ฟ้ารันนิ่ง สมทบทุนงานมุทิตาจิต เกษียณคุณครูของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปี 2562 สีสันจัดจ้านดี made in Thailand แต่คุณสมบัติไม่เป็นรองของนอกผืนแรก
สารพัดประโยชน์ 
ผ้าผืนน้อยนี้ยังมีประโยชน์อื่นอืก เช่น เช็ดหน้า ปิดปากปิดจมูกเวลาเจอฝุ่นควัน พับได้หลายแบบกันแดดแทนหมวก [2][3] หรือแม้กระทั่งเป็นผ้าเช็ดมือคราวคับขัน เวลามือเลอะหลังซ่อมจักรยานกลางทาง

ข้อด้อย
สู้หมวกเรื่องบังแดดแยงตาไม่ได้ แล้วก็น่าจะเป็นเรื่องราคา ของแท้นำเข้าก็อาจจะแพงไปหน่อย


Links: