2019-04-28

O: สิชลไตรกีฬา 2562: สิชล - Sichon Triathlon 2019: Sichon

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     สิชลไตรกีฬา 2562 - Sichon Triathlon 2019
     สิชล - Sichon


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เริ่มประชาสัมพันธ์ทาง Facebook ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2561 พอถึงกลางเดือนธันวาคมเริ่มรับสมัคร ก็มีรายละเอียดเส้นทาง race route profile อย่างละเอียดออกมาแล้ว นั่นมันก่อนงานตั้ง 4 เดือน แล้วภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็สวยงาม มืออาชีพมาก
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจน ครื้นเครงเป็นกันเองดี แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถเพียงพอและไม่ไกล แต่บางส่วนที่มาจอดในเขาพลายดำรีสอร์ทจะเข้าออกจากงานลำบาก เนื่องจากต้องผ่านด้านหน้า transition
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ภาคไทยชัดเจนดีมาก มีประโยชน์ที่ได้มาฟังก่อน แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน เหมือนไม่ได้มาด้วยกัน
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี ช่างภาพมืออาชีพเยอะมาก ชาวบ้านในพื้นที่และอาสาสมัครที่มาทำงานก็น่ารัก น่าภาคภูมิใจแทนคนสิชลและนครศรีธรรมราชในความร่วมมือร่วมใจกันเพื่องานไตรกีฬาครั้งแรกของจังหวัด
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำปรับเปลี่ยนจากเป็นเส้นตรงไปกลับ เป็นว่ายตามเข็มนาฬิการูปสามเหลี่ยมรอบแนวทุ่นชั้นเดียว การปล่อยตัวเป็น wave ตามกลุ่มอายุ และมีระบบดูแลความปลอดภัยดี
ความปลอดภัย-จักรยาน
ใช้เส้นทางบริเวณเขาพลายดำที่เป็นหน้าผาริมทะเลสวยงามมาก ส่วนเส้นทางนอกเมืองที่ผ่านชุมชนหลายแห่ง ก็สามารถควบคุมการจราจร มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว จุดเสี่ยง แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดีมาก ผมสังเกตว่า มีทรายที่ไหลตามน้ำฝนมากองอยู่ข้างทางก่อนวันงาน พอถึงวันงานก็จัดการล้างออกจนถนนโล่ง
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งโหดมาก มีแต่เนินและเนินกว่า แต่สวยงามน่าประทับใจมาก มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยวชัดเจนดี ไม่ได้ปิดการจราจร 100% แต่มีชาวบ้านขับรถผ่านน้อยมาก ต้องระวังสุนัขของชาวบ้านอยู่บ้าง และคำเตือน คือ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่เข่าเสื่อม
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี แต่แสงไฟมืดไปหน่อย และเจ้าหน้าที่ไม่ควบคุมเส้นทางการนำจักรยานเข้าออกให้นักกีฬาบางคนที่ลักไก่ตัดทางลัด ไม่อ้อมตามที่กำหนดไว้
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีมาก เป็นกันเองและรวดเร็ว ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี งานเลี้ยงก่อนการแข่งขันพร้อมกับคอนเสิร์ตจัดได้ดีมาก เป็นเสน่ห์ของงานอย่างหนึ่งที่น่าประทับใจ

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ชื่อสิชลและเขาพลายดำ ทำให้ผมตัดสินใจจองที่พักเขาพลายดำรีสอร์ท [1] ทันที และสมัครงานนี้เป็นคนกลุ่มแรก ๆ โดยไม่ต้องคิด ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าเส้นทางต้องเนินและเนินแน่ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยกลัวเนินเท่าไร ไม่ใช่เพราะฝีเท้าปั่นวิ่งดีขึ้น แต่เพราะทำใจได้ว่า ไม่ไหวก็เดินหรือเข็นเอา ไม่เห็นจะยาก

การได้ที่พักบริเวณจัดงาน และเดินทางมาก่อนล่วงหน้า 2 คืน ทำให้รู้สึกสบายเหมือนมาเที่ยว เช้าวันลงทะเบียน มีโอกาสได้เดินดูเส้นทางวิ่งไปได้ประมาณครึ่งทาง เห็นเนินแล้วอยากรู้จัก race director ขึ้นมาเลย แถมถูกสุนัขชาวบ้านคุกคามเพราะเราแปลกหน้าบุกรุกพื้นที่ของพวกมันด้วย รู้สึกกังวลแทนบรรดาพวกโปรแถวหน้าที่ต้องเป็นหน่วยกล้าตายนำหน้าเหมือนกัน แล้วได้ขับรถแวะเที่ยวข้างทางกับเข้าเมืองสิชล ผ่านเส้นทางจักรยานไปในตัว อันนี้ก็โหดอีก ส่วนวันแข่ง ตื่นตีสี่ครึ่งตามปกติ ตื่นนอนมาก็กินกล้วยหอมที่อุตส่าห์ขับรถเข้าไปซื้อถึงในตัวเมืองสิชล ตามด้วยน้ำสองแก้ว แล้วถ่ายอุจจาระโล่ง ได้ warm up ในห้องพร้อมกับฟังเสียงประกาศที่ได้ยินจากในงาน ก่อนจะเดินขนของออกไปเก็บที่ transition

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 35:06 นาที
Pace 2:20 นาที/100 ม.
ตอนเช้าวันแข่งขัน ทะเลค่อนข้างเรียบ มีคลื่นไม่มาก เส้นทางว่ายน้ำตามเข็มนาฬิกาเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยต้องวิ่งขึ้นมาอ้อมจุด check point บนหาดทรายเมื่อครบรอบแรก ก่อนจะลงไปว่ายรอบที่สอง  การปล่อยตัวเป็น wave ตามกลุ่มอายุ ทำให้นักกีฬาไม่แออัด ผมจึงว่ายอย่างสบาย ๆ ทำเวลาได้ดี แต่มีปัญหากับ GPS ของนาฬิกา มันจับสัญญาณไม่ได้หรือยังไงไม่รู้ ส่งเสียงเตือนตอนกำลังว่ายอยู่หลายครั้ง พอมาดูรูปทีหลัง ก็เห็นว่า มันจับเส้นทางว่ายน้ำของเรามั่วไปหมดเลย

Transition 1
เวลา 06:23 นาที
transition อยู่ลึกจากชายหาดเข้ามาพอสมควร ความที่ได้ bib เบอร์แรก ๆ จึงอยู่ตรงทางเข้าติดกับที่กั้น ซึ่งมีกองเชียร์ของนักกีฬายืนอออยู่เต็ม รู้สึกแปลก ๆ เวลาต้องแต่งตัวต่อหน้าคนอื่น เลยตั้งใจบรรจงเช็ดหน้า สวมผ้า buff หมวกจักรยาน แล้วลงไปนั่งกับพื้นบรรจงเช็ดเท้าอีกรอบ ใส่ถุงเท้ารองเท้า ใส่ถุงมือแล้วคว้าน้ำเกลือแร่มาบีบใส่ปาก ก่อนลากจักรยานเดินอ้อมวนเข้าไปด้านในก่อนออกตามกำหนด เพื่อไม่ให้ได้เปรียบจากการที่อยู่ใกล้ทางออก

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:33:37 ชม.
Pace 25.60 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้โหดใช้ได้ พอออกจาก transition เลี้ยวซ้ายขึ้นถนนแล้ว ก็ไต่ขึ้นเนินชันและสูงที่สุดเลย เป็นถนนผ่านหน้าผาเลียบทะเลวิวสวย แล้วขึ้น ๆ ลง ๆ เนินเป็นลอน ก่อนจะลงสู่พื้นราบ คราวนี้ได้ปั่นกันยาวตามทางหลวงหมายเลข 4232 เกือบจะถึงทางแยกเข้าเมืองสิชล วกกลับทางเดิม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3009 แล้ววกกลับเข้าเส้นทางเดิม มาขึ้นเนินสูงอีกครั้ง  ผมเองปั่นเสือหมอบ Mosso [2] พอถึงเนินแรก ก็ไม่รอช้า ลงมาเดินเข็นจักรยานทันทีอย่างตั้งอกตั้งใจ มั่นใจว่า สำหรับตัวเองแล้วเดินเข็นเร็วกว่าฝืนปั่นต่อแน่ ๆ หลังจากพ้นเนินแรกได้ ก็ปั่นยาวตลอด แต่ขากลับเกิดปัญหาโซ่หลุดระหว่างแข่งเป็นครั้งแรกเพราะเปลี่ยนเกียร์เร็วไป ต้องลงมาคล้องกลับเข้าไปใหม่ อาสาสมัครที่ยืนประจำตรงจุดนั้นวิ่งเข้ามาถามทันทีว่า มีปัญหาอะไรมั้ย แต่ผมคล้องโซ่เสร็จเสียก่อน จึงขอบคุณน้องเขาไป ก่อนจะปั่นต่อผ่านเนินสูงอีกครั้ง ขากลับไม่ต้องลงเข็น แต่ต้องแตะเบรคลงเนินทิ้งโค้งช้า ๆ ไม่กล้าปล่อยไหล กลับมาเข้า transition แบบเมื่อยน่องเอาเรื่อง

Transition 2
เวลา 01:49 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition เมื่อยน่องกว่าทุกครั้ง ต้องเดินปรับตัวอยู่สักพัก ไม่กล้าวิ่ง ใน transition ผมกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมาจนหมดขวด เพราะคิดว่าต้องใช้เวลากับเส้นทางวิ่งข้างหน้านานกว่าทุกงานแน่

ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
ขอบคุณภาพจาก Facebook: Sichon Triathlon 2019
วิ่ง
ระยะทาง 10 กม.
เวลา 1:37:41 ชม.
Pace 9.46 นาที/กม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ว่าโหดแล้ว เส้นทางวิ่งโหดกว่าอีก เรียกได้ว่า เดินไปคิดถึงหน้า race director ตอน brief ไปยิ้มไปเลย น้องจัดเส้นทางได้ประทับใจมาก คือ พอออกจาก transition เลี้ยวขวาขึ้นถนนแล้ว ก็ไต่เนินกันเลย แบบไต่ขึ้นเรื่อย ๆ มีขาลงให้ตายใจเล็กน้อย แล้วก็ไต่ขึ้นเนินที่สองต่อ ก่อนจะขาลงรวดเดียวไปเจอทางลูกรังให้ได้สัมผัสเส้นทาง trail นิดนึง แล้ววกกลับมาทางเดิม วิวสวยมากครับ โดยเฉพาะตอนอยู่บนยอดเนิน มันมองเห็นทิวทัศน์ตรงหน้าสุดยอดจริง ๆ  ผมเองเริ่มต้นวิ่งนับจาก transition ได้ไม่ถึงครึ่ง กม. ก็เปลี่ยนเป็นเดินแล้ว เดินไปเรื่อย ๆ เพราะขาขึ้น ก็ไม่มีแรงไต่ ส่วนขาลง ผมก็ไม่ยอมเอาเข่าไปเสี่ยงแน่ มันน่ากลัวกว่าขาขึ้นอีก จะวิ่งบ้างก็ตอนผ่านหน้าตากล้องเท่านั้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมหมู่ของนักกีฬา ส่วน heart rate นั้น ก็อยู่ zone 3 ตลอด ตอนเดินขาลงเนินยาวมันสบายจนลงต่ำมาถึง 100  แล้วมา peak ที่ 159 ตอนกัดฟันวิ่งช่วงกม. สุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย


รวมเวลา 3:54:38 ชม.
งานนี้ทำเวลานานที่สุดตั้งแต่แข่งระยะ Olympic มา คือ เกือบ 4 ชม. ซึ่งไม่ได้เกินคาดอะไร ว่ายน้ำทำได้ดี จักรยานก็ถือว่าใช้ได้ตรงที่ขากลับไม่ต้องลงเข็น ส่วนเรื่องวิ่งนั้น ทำใจมาเดินอยู่แล้ว และต้องถือว่าเป็นเส้นทางวิ่งที่ประทับใจที่สุดเลย ทั้งทิวทัศน์รอบตัว นักกีฬาคนอื่น ตากล้องและอาสาสมัครตามจุดให้น้ำกับปฐมพยาบาลเป็นกันเอง เป็นกำลังใจที่ดีและน่ารักมาก ๆ ถึงผมจะคิดว่า คงไม่กลับไปสนามนี้อีก เพราะห่วงเรื่องเข่าพัง แต่ถ้ายังหนุ่ม ๆ ละก็ กลับไปแน่ 

2019-04-21

S: สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 3 2562: สงขลา - 3rd Songkhla Triathlon 2019: Songkhla

S: ระยะสั้น - Sprint distance
     สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 3 2562 - 3rd Songkhla Triathlon 2019
     สงขลา - Songkhla


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เริ่มประชาสัมพันธ์ทาง Facebook ตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่แจ้งกำหนดวันแข่งต้นเดือนมกราคม 2562 ช้ากว่างานอื่นที่จัดใกล้เคียงกัน แจ้งรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ผู้ดูแล Facebook ตอบคำถาม inbox รวดเร็วและตั้งใจมาก
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทยในงานชัดเจนดี แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถบริเวณงานไม่เพียงพอ แต่สามารถจอดข้างถนนตรงชายหาดและถนนใกล้เคียงได้
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ภาคไทยดีกว่าครั้งก่อนมาก แต่ภาคอังกฤษไม่ครบถ้วน
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี ไม่มีปัญหาเรื่องเสื้อเหมือนปีก่อน
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำตามเข็มนาฬิกาเป็นรูปสามเหลี่ยม ดูแลความปลอดภัยดี
ความปลอดภัย-จักรยาน
การปิดถนนหรือควบคุมการจราจรทำได้ดีกว่าปีก่อนมาก แต่บางส่วนซ้อนกับเส้นทางวิ่ง
ความปลอดภัย-วิ่ง
ปีนี้ปรับเปลี่ยนมาวิ่งบนถนนริมหาดชลาทัศน์แทน และแยกเส้นทางวิ่งระยะ Sprint กับ Fun Run ออกจากกัน แต่เส้นทางบางส่วนซ้อนกับเส้นทางจักรยาน ยังมีความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุ
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดี ไม่ต้องเบียดรอคิว
การแพทย์
ไม่มีข้อมูล
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันและส่วนกลางมีเพียงพอและบริการดี

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Sprint ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมลงงานนี้เพื่อแก้มือให้ทั้งตัวเองและผู้จัด สำหรับตัวเองก็เพราะว่าปีก่อนลง สงขลาไตรกีฬา ครั้งที่ 2 เป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วไม่ได้ว่ายน้ำ แถมเข้าเส้นชัยเกือบจะคนสุดท้าย งานนี้จึงเหมือนครบรอบ 1 ปีที่หัดไตรกีฬา ตั้งใจว่าจะมาเปรียบเทียบผลงานของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ส่วนของผู้จัดก็เพราะปีก่อนจัดได้แย่มาก ผมเองให้ความเห็นผ่านทาง Facebook ไปหลายเรื่อง เลยอยากมาพิสูจน์ว่าเขาปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า ซึ่งก็พบว่า ผู้จัดรับฟังปัญหาที่นักกีฬาปีก่อนบ่นมาแล้วแก้ปัญหาในปีนี้ทุกเรื่อง จึงจัดออกมาได้ดีมาก จนน่าชื่นชม

คืนก่อนแข่ง ผมลงทุนเปิดห้องที่บีพีสมิหลาบีช [1] ทั้ง ๆ ที่ความจริงขับรถมาจากบ้านก็ได้ แต่ไม่อยากรีบเร่งตอนเช้า หลับสบาย ตื่นตีสี่ครึ่ง ลุกมากินกล้วยกับน้ำสองแก้วตามเดิม แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ นั่งสมาธิ แล้วยังมีเวลา warm up ในห้องที่โรงแรม ก่อนเดินข้ามถนนมาบริเวณจัดงาน

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/Songkhlatriathlon
ขอบคุณภาพจาก https://web.facebook.com/Songkhlatriathlon
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 0.75 กม.
เวลา 21:28 นาที
Pace 2:51 นาที/100 ม.
ช่วงเช้าก่อนแข่งขัน ต้องไปยืนรอลุ้นตรงชายหาดด้านหลังวงเวียนคนอ่านหนังสือว่า วันนี้คลื่นลมจะแรงหรือเปล่า ปรากฏว่า ค่อนข้างสงบ ได้ว่ายน้ำแน่นอนปีนี้ ตอนปล่อยตัวลงน้ำ พระอาทิตย์กำลังขึ้นพอดี ความรู้สึกผมเหมือนมาว่ายน้ำกับเพื่อนมากกว่าแข่งขัน เลยว่ายแบบสบาย ๆ เป็นการว่ายน้ำทะเลที่รู้สึกดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

Transition 1
เวลา 03:52 นาที
ขึ้นจากน้ำ เพิ่งมารู้ตัวว่ากดนาฬิกาจับเวลาผิด ตอนก่อนจะลงน้ำ จากชายหาด ต้องข้ามถนนมาเข้า transition งานนี้มีระบบฝอยน้ำตรงทางเดินให้ล้างตัว ดีกว่าปีก่อนชัด ๆ ที่ให้มายืนแย่งกันตักน้ำจากถังเอง ใน transition ผมทำเวลาเปลี่ยนชุดได้ดี ไม่ต้องกินน้ำ แล้วออกไปปั่นจักรยานต่อเลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/1000shot100pix
จักรยาน
ระยะทาง 20 กม.
เวลา 39:41 นาที
Pace 30.24 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานราบเรียบไม่มีเนิน เป็นถนนริมหาดชลาทัศน์ค่อนข้างตรงตลอดสาย มีเลี้ยวมาเข้าถนนหน้าหาดสมิหลานิดหนึ่ง แล้วก็วกกลับมาปั่น 2 รอบ  ปีนี้การควบคุมการจราจรดีกว่าปีที่แล้วมาก แต่ต้องระวังตรงช่วงที่มีนักกีฬาวิ่งอยู่บนถนนริมหาดอยู่บ้าง  ผมเองปั่นเสือหมอบ Mosso [2]โดยรวมนับว่าปั่นสบาย ๆ ด้วย pace เร็วที่สุดเท่าที่เคยปั่นระยะนี้มา

Transition 2
เวลา 01:12 นาที
ใน transiton ผมกินน้ำเกลือแร่ที่เตรียมมานิดเดียว เพราะยังไม่รู้สึกทั้งเหนื่อยและหิว พร้อมแล้วก็ออกไปวิ่งได้เลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/1000shot100pix
วิ่ง
ระยะทาง 5 กม.
เวลา 30:56 นาที
Pace 6.11 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งงานนี้ คือถนนเลียบหาดชลาทัศน์แล้ววกกลับมาเข้าเส้นชัย ผมวิ่งเรื่อย ๆ แต่รวดเดียว ไม่แวะจุดให้น้ำเลย ก็นับว่าทำเวลาได้ดีทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 1:37:09 ชม.
ครบรอบ 1 ปีกับไตรกีฬางานเดียวกัน รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งความมั่นใจและการทำเวลา สำหรับระยะ Sprint ที่เป็นการออกกำลังเรื่อย ๆ 3 อย่างในเวลาไม่เกิน 2 ชม. แบบนี้ น่าจะเป็นการออกกำลังของผู้สูงอายุที่ดีอย่างหนึ่งเลย เพราะได้ออกกำลังหลายอย่าง และไม่นานจนเกินไป

2019-04-01

ผ้าสารพัดประโยชน์ - Buff

เวลาไปวิ่งออกกำลัง บางคนสวมหมวก บางคนโพกผ้าสีสันสดใสเหมือนเป็นแฟชั่นคู่กับเสื้อผ้าและรองเท้าแนวนักกีฬา ผ้าโพกหัวหรือที่เรียกติดปากกันว่า ผ้าบัฟฟ์ ตามชื่อแบรนด์ยอดนิยม BUFF® [1] นำเข้าจากสเปน

แต่สำหรับผู้สูงวัยอย่างผม ไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นความจำเป็น 

ตอนเริ่มซ้อมวิ่งใหม่ ๆ ผมก็ใส่หมวกแก๊ป cap หรือหมวกกอล์ฟ visor ที่มีปีกบังแดดบังลมด้านหน้าอยู่ได้ไม่กี่วัน แล้วก็มีปัญหาเหงื่อเข้าตา เรื่องใหญ่ของคนคิ้วบางและใส่แว่นตาอย่างผม ซึ่งความจริง ตอนวิ่งก็ไม่ลำบากนัก ยังพอเลิกแว่นขึ้นแล้วปาดเหงื่อออกได้

แต่พอถึงตอนปั่นจักรยาน ปัญหาเหงื่อเข้าตา แสบตา กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว เพราะเวลาใส่แว่นตาปั่นตอนแก่ มันต้องใช้สายรัดแว่นกับหัว กันไม่ให้แว่นตกดั้งจมูก แว่นโปรเกรสซีฟตามวัยจะได้ไม่เปลี่ยนโฟกัส ซึ่งจำเป็นมากเวลาก้มหน้าปั่น พอเหงื่อตกไหลเข้าตา มันขยับเลิกแว่นขึ้นเพื่อปาดเหงื่อแบบตอนวิ่งไม่ได้ เพราะติดสายรัด ถ้าจะเอานิ้วชอนลอดแว่นเข้าไปเช็ด จักรยานเป็นล้ม

เดือดร้อนสิครับ ..เดือดร้อนมาก

ผมถึงต้องหาผ้าบัฟฟ์มาใช้กับเขาบ้าง ผ้าบัฟฟ์ผืนแรก เรียกได้ว่า เป็นอุปกรณ์ประจำตัวชิ้นแรก ๆ ที่ลงทุนซื้อมาใช้เลยทีเดียว ของแท้ผืนนึงราคาไม่ต่ำกว่า 600 บาท แต่ถามว่า ..คุ้มมั้ย ก็ต้องตอบว่า ..คุ้มมากกกกก


ข้อดี
ซับเหงื่อได้ดี
เวลาพับหลายชั้นโพกหน้าผาก ช่วยซับเหงื่อที่ไหลมาจากผมและหน้าผากได้ดีเยี่ยม ซึ่งแบบนี้ สารพัดหมวกทำไม่ได้ หลังจากนั้น ผมไม่มีปัญหาเหงื่อไหลเข้าตาอีกเลย ทั้งตอนวิ่งและปั่น
บางและนุ่ม 
ผ้าต้องบางนุ่ม จึงจะพับหลายชั้นโพกหน้าผากได้โดยไม่รู้สึกรัดหัวเกินเหตุ แล้วยังใส่หมวกจักรยานซ้อนทับได้อีกชั้น ซึ่งถ้าเป็นผ้าขนหนูหรือผ้าอื่น จะยัดหมวกแทบไม่ลง
ซักได้ แห้งง่าย 
เรื่องซักได้ง่ายนี่จำเป็นมาก เพราะมันต้องโชกเหงื่อประจำ ถ้าซักไม่ได้หรือซักยากเหมือนหมวก ก็ต้องทนเหม็นสาบหรือโดนโยนทิ้งเร็ว นอกจากซักง่ายแล้ว ยังต้องแห้งเร็วด้วย จะได้ไม่อับชื้น ผมจึงมีผ้าบัฟฟ์ที่ซื้อมานี้แค่ผืนเดียว ซักใช้ได้ทุกวันมาจนครบปี ถึงค่อยมีผืนที่สอง ซึ่งผืนหลังนี้ชอบมาก ได้มาจากงานชมพู-ฟ้ารันนิ่ง สมทบทุนงานมุทิตาจิต เกษียณคุณครูของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปี 2562 สีสันจัดจ้านดี made in Thailand แต่คุณสมบัติไม่เป็นรองของนอกผืนแรก
สารพัดประโยชน์ 
ผ้าผืนน้อยนี้ยังมีประโยชน์อื่นอืก เช่น เช็ดหน้า ปิดปากปิดจมูกเวลาเจอฝุ่นควัน พับได้หลายแบบกันแดดแทนหมวก [2][3] หรือแม้กระทั่งเป็นผ้าเช็ดมือคราวคับขัน เวลามือเลอะหลังซ่อมจักรยานกลางทาง

ข้อด้อย
สู้หมวกเรื่องบังแดดแยงตาไม่ได้ แล้วก็น่าจะเป็นเรื่องราคา ของแท้นำเข้าก็อาจจะแพงไปหน่อย


Links:


2019-03-02

S: ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 2 2562: เชียงแสน - 2nd Navy Triathlon 2019: Chiang Saen

S: ระยะสั้น - Sprint distance
     ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 2 2562 - 2nd Navy Triathlon 2019
     เชียงแสน - Chiang Saen


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่สัตหีบแล้ว ประชาสัมพันธ์งานนี้มีเวลาและความพร้อมมากกว่า แต่เลื่อนงานจากวันอาทิตย์เป็นวันเสาร์
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทย ภาคอังกฤษในบริเวณงานชัดเจนดี
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถตรงโรงเรียนบ้านสบรวกมีมากเพียงพอ มีบริการรถรับส่ง มีป้ายบอกจุดบริการรถรับส่งชัดเจนดี แต่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ เพราะอาจอยู่ไกลไป นักกีฬาส่วนใหญ่จอดรถตรงพื้นที่ว่างตรงข้ามสถานที่จัดงานมากกว่า วันแรกผมจอดรถที่โรงเรียน ตอนนั่งรถรับส่งมีเพียงสองคน รถก็ออกแล้ว ควรมีแผนที่แสดงที่จอดรถ บอกระยะทางในสูจิบัตรและป้ายในงานให้ชัดเจน
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ดีมากทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ ข้อมูลเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย และมีภาพแสดงเส้นทางจริงละเอียดดี เสียดายที่นักกีฬาส่วนหนึ่งไม่มาฟัง และไม่รู้เรื่อง
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี มีสูจิบัตรพิมพ์อย่างดีเป็นเล่มแจกเลย แต่ข้อมูลยังไม่ update และส่วนตัวแล้ว ผมยังไม่ชอบพลุประทัดสร้างควันในพิธีเปิดเหมือนเดิม ไม่ดีต่อสุขภาพนักกีฬาเลย
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
การว่ายน้ำในแม่น้ำโขงเป็นจุดขายของงาน การให้ข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยดีมาก การตัดเส้นทางของระยะ Full เพราะปัญหาน้ำวน การจัดให้มีฝอยน้ำเย็นเพื่อปรับอุณหภูมินักกีฬาก่อนลงน้ำ การกำหนดให้ใช้ทุ่นทุกคน แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจของ race director มากครับ ต้องขอชื่นชมจริงๆ
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางปั่นจักรยานสำหรับระยะ Sprint เป็นเส้นทางที่ดีมาก เรียบ สะอาด ควบคุมการจราจรได้ดีทีเดียว ถึงจะเป็นถนนสาธารณะทั้งหมด การให้ข้อมูลทั้งป้ายและตะโกนบอกจุดอันตรายตรงโค้งขาลงทำได้ดีมาก แต่ปัญหาคือ นักกีฬาบางส่วนยังไม่ปฏิบัติตามกติกา ยังมีคนปั่นจักรยานเรียงหน้ากระดานหลายคัน กีดขวางนักกีฬาคนอื่น และจะเป็นอันตรายได้ถ้ามีรถสวนมา
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งเลียบแม่น้ำโขง โดยปิดการจราจรครึ่งทาง สะดวกและปลอดภัยดีมาก มีจนท.คอยชี้ทางและห้ามรถดีมาก
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
การจัดการเรื่อง transition ดีกว่าที่สัตหีบมาก เพราะให้เอาจักรยานเข้าไปได้เรื่อยๆ ไม่มีการถ่ายรูปก่อนเข้า จึงไม่แออัด และมีเพียงจุดเดียว จึงไม่สับสนเหมือนมี 2 transition นอกจากนั้นยังมีบริการขนถุงใส่ของจากจุดปล่อยตัวซึ่งอยู่ไกลกลับมาที่ transition ดีมาก พอแข่งเสร็จ ถุงก็มาวางคู่กับจักรยานตรง transition เลย อาจมีปัญหาเรื่องการเอาของออกจาก transition หลังแข่งเสร็จบ้าง ควรทำป้ายติดตรงทางเข้าไปเลยว่า อนุญาตให้เข้าไปเอาได้ช่วงใด จนท.จะได้ไม่ต้องเหนื่อยพูด
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีและรวดเร็ว ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันและส่วนกลางมีเพียงพอและบริการดี

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Sprint ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


สมัครงานนี้ เพราะอยากว่ายน้ำในแม่น้ำโขงสักครั้งในชีวิต แล้วชื่อเมืองเชียงแสนก็เคยได้ยินมานาน แต่ไม่เคยไป ตั้งใจว่าจะลาหยุดยาวแล้วเที่ยวแบบช้า ๆ ก่อนแข่ง ยังติดแค่กล้า ๆ กลัว ๆ กับคำเตือนเรื่องความเย็นยะเยือกของน้ำ ถึงจะเป็นเดือนมีนาคมแล้ว เลยขอสมัครแค่ระยะ Sprint พอ เพราะรู้ว่า เหรียญของระยะ Sprint กับ Olympic ขนาดเท่ากัน เอามาต่อภาพ jigsaw ได้เหมือนกัน

ตอนมาแข่ง สิงห์ไตรกีฬา เดือนมกราคม ผมถือโอกาสขับรถดูเส้นทางปั่นของงานนี้ เจอเนินตรงเลยหอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำแล้ว ใจงี้ฝ่อเลย มันชันและยาวมาก ก็พยายามซ้อมปั่นขึ้นเนินแถวบ้านอยู่ แต่สุดท้ายก็ยอม เข็นเป็นเข็น

ผมพักที่ คำสุขรีสอร์ท [1] ห่างจากที่จัดงานตรงท่าเรือห้าเชียงประมาณ​ 1.5 กม. ความจริงห้องพักก็สงบดี แต่ครั้งนี้ ผมกลับนอนหลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ จนถึตีสี่ ก็ลุกจากเตียงมากินกล้วยหอมกับน้ำสองแก้วสูตรเดิม ถ่ายอุจจาระสบาย ๆ นั่งสมาธิ แล้วยังมีเวลายืดเส้นยืดสาย ก่อนขับรถออกมาที่งาน ซึ่งยังหาที่จอดรถใกล้ ๆ ได้ไม่ยาก


ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 0.8 กม.
เวลา 11:24 นาที
Pace 1:31 นาที/100 ม.
งานนี้เส้นทางว่ายน้ำเป็นเส้นตรงกลางแม่น้ำโขง ทักษะสำคัญไม่ใช่ความเร็ว แต่เป็นการคุมทิศทาง เพราะถ้าไม่ดูทิศให้ดี มีสิทธิหลุดจากแนวทุ่นแล้วเลยทางขึ้นท่าเรือไปได้ จึงต้องอาศัยว่ายคุมทิศเข้าหาฝั่งไว้ตลอด ส่วนปัญหาปลาตีนแบบทุกครั้งแทบไม่มีเลย  กว่าจะได้ว่ายน้ำงานนี้ ขั้นตอนมากกว่าทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ต้องใช้ buoy ที่ไม่เคยใช้ ก็อาศัยถามนักกีฬาคนอื่นเอา ต้องนั่งรถย้อนขึ้นไปจนเกือบถึงสามเหลี่ยมทองคำ แล้วยังต้องลงแพออกไปกลางแม่น้ำโขงเพื่อปล่อยตัวอีก ก่อนปล่อยตัวบนแพ มีการปล่อยฝอยน้ำเย็นใส่นักกีฬาเพื่อปรับอุณหภูมิก่อนลงน้ำ.. เย็นเจี๊ยบถึงใจ  พอได้สัญญาณ ผมซึ่งใส่เสื้อไตรแขนสั้นกับกางเกงรัดกล้ามเนื้อขายาวของ 2XU [2] เหมือนที่ สิงห์ไตรกีฬา ก็กอด buoy ไว้ด้านหน้าตามที่ race director สอน แล้วกระโดดลงจากท้ายแพไป ตอนตัวสัมผัสน้ำ ก็นึกขอบคุณคนจัดที่เตรียมการให้ร่างกายเรารับมือกับความเย็นได้ดีมาก ผมว่าย freestyle สลับกับกบเพื่อเล็งทิศไปเรื่อย ๆ แต่ว่ายไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง รู้สึกเหนื่อยกว่าธรรมดา ตกใจเหมือนกัน เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พอคิดได้ก็คว้า buoy ขึ้นมากอดใต้อกแล้วพักลอยตัวไปตามกระแสน้ำ ระหว่างนั้นก็มองไปรอบข้าง นักกีฬาหลายคนทั้งไทยและเทศที่อยู่ใกล้ ๆ ก็อยู่ในสภาพเกาะ buoy น่าจะเจอกระแสน้ำช่วงนั้นเหมือนกัน นึกขอบคุณคนจัดเป็นครั้งที่สองเรื่องการบังคับใช้ buoy เพราะถ้าไม่บังคับ ผมอาจเป็นหนึ่งในคนที่ panic กับกระแสน้ำแบบนี้ได้ ได้พักพอหายเหนื่อย ตั้งสติได้แล้วก็เล็งทิศ พยายามจ้วงว่ายตัดเฉียงเข้าฝั่ง ไม่นานก็ได้ขึ้นบกตรงท่าเรือ ซึ่งมีคนมาช่วยพยุงนักกีฬาทุกคนขึ้นน้ำ อันนี้ต้องขอบคุณเป็นครั้งที่สาม สำหรับผลงานงานนี้ ความแรงของแม่น้ำโขงทำเอาได้ทำลายสถิติ pace ของตัวเองกันทุกคน

Transition 1
เวลา 03:00 นาที
จากตลิ่งริมน้ำ ต้องเดินขึ้นบันไดท่าเรือหลายขั้นมา transition ซึ่งอยู่ไม่ไกล ผมไม่กล้าวิ่ง กลัวเซล้มแล้วไม่คุ้ม ตอนอยู่ใน transition รู้สึกโล่งใจที่ผ่านด่านแรกมาได้ แต่งตัวแล้วไม่ลืมกินน้ำตุนไว้หลายอึก ก่อนจูงจักรยานออกจาก transition ไปลุ้นด่านที่สอง ..เนินหอฝิ่น


ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
จักรยาน
ระยะทาง 20 กม.
เวลา 0:56:37 ชม.
Pace 21.20 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ คือ ทางหลวงหมายเลข 1290 เชียงแสน-แม่สาย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ลักษณะเป็นเนินเขา มีเนินที่ชันและยาวที่สุดอยู่ตรงเลยหอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำไปเล็กน้อย สำหรับระยะ Sprint พอปั่นเลยเนินนี้ไปแล้ว มีเนินเตี้ย ๆ อีกหลายลูกแต่ไม่ชันมาก แล้วไปวนรอบบ้านเวียงแก้ว ก่อนจะย้อนกลับมาขึ้นเนินเดิมอีกรอบให้ไม่มีวันลืมเส้นทางนี้ ความจริงทางสายนี้นับว่าสวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ผ่านวัดสวย ๆ ทิวเขา ทุ่งนา วิวสวยมาก แต่ช่วงที่ไปแข่งดันตรงกับเลือกตั้ง เวลาปั่นไป ก็จะรู้สึกเหมือนมีพวก ส.ส. มายืนเชียร์อยู่สองข้างถนนตลอดเส้นทาง บดบังวิวสวย ๆ ที่ว่าไปหมด  ส่วนตรงเนินที่ว่า ผมก็เหมือนนักกีฬาสมัครเล่นส่วนใหญ่ที่ลงเดินเข็นจักรยานกันเพลิน ๆ สองรอบทั้งไปและกลับ แต่ตอนลงจากเนินก็มีปล่อยไหลพรวด pace เกิน 50 อยู่เหมือนกัน heart rate ขาไปส่วนใหญ่เป็น zone 3 แต่ขากลับกลายเป็น zone 4 มา peak สูงสุดที่ 167 ช่วงสุดท้ายก่อนจะถึง transition

Transition 2
เวลา 02:02 นาที
งานนี้ปล่อยตัวว่ายน้ำค่อนข้างสาย ใน transition อากาศจึงค่อนข้างร้อน เพราะเกือบจะเก้าโมงเช้าอยู่แล้ว ผมต้องกินน้ำที่เตรียมมาจนหมดขวด คาดว่าตอนวิ่งบนถนนเลียบแม่น้ำโขงคงร้อนน่าดู


ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
วิ่ง
ระยะทาง 5 กม.
เวลา 0:30:58 ชม.
Pace 6.11 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งงานนี้ ก็คือ ทางหลวงหมายเลข 1290 เชียงแสน-แม่สาย เหมือนกัน แต่เป็นฝั่งทางใต้ของสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเลียบแม่น้ำโขงไปตลอด โดยไปวกกลับที่ด่านตรวจ กม.​5 พระอาทิตย์ที่ขึ้นทางตะวันออกด้านฝั่งลาวยังทำมุมไม่สูงนัก พอมีเงาร่มไม้ข้างทางอยู่บ้าง  ผมวิ่งโดยแวะจุดให้น้ำแค่ 2 ครั้งเพราะระยะทางไม่ไกลนัก heart rate อยู่ใน zone 4 เกือบทั้งหมด ช่วงแรกที่เร่งฝีเท้า heart rate จะสูงหน่อย สูงสุดที่ 168 แต่หลังจากแวะจุดให้น้ำแรกแล้ว ก็ลดลงเรื่อย ๆ จนเข้าเส้นชัยแบบไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 1:44:01 ชม.
งานนี้ ตั้งใจมาว่ายน้ำในแม่น้ำโขงเป็นเป้าหมายสำคัญ เป็นการกลับมาลงระยะ Sprint หลังจากลง Olympic มาสองหนแล้ว ทำให้ตอนวิ่ง ยังไม่ค่อยเหนื่อย รู้สึกค่อนข้างมั่นใจและเร่งฝีเท้าช่วงสั้น ๆ ได้ดี แต่ที่ต้องไปซ้อมต่ออีกมาก  คือ ปั่นจักรยานขึ้นเนิน ..ไม่เป็นไร เนินมนัสข้างบ้าน อยู่ไม่ไกล

Links:
[1] https://www.facebook.com/khamsukresort
[2] http://accelerate%20compression%20tights/



2019-01-20

O: สิงห์ไตรกีฬานานาชาติ 2562: เชียงราย - Singha International Triathlon 2019: Chiang Rai

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     สิงห์ไตรกีฬานานาชาติ 2562 - Singha International Triathlon 2019
     เชียงราย - Chiang Rai


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
ประชาสัมพันธ์ก่อนงาน 4 เดือน รายละเอียดการแข่งขันก่อนงาน 1 เดือน แต่การตอบคำถามใน Faceboook ช้า
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทย ภาคอังกฤษในบริเวณงานชัดเจนดี
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถมีมากเพียงพอ ใกล้จุดแข่งขัน แต่ควรมีป้ายบอกให้ชัดเจน
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและให้ความสำคัญกับกฏกติกาต่าง ๆ ดีมากทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี แต่จัดเก้าอี้ให้นั่งน้อยไป นักกีฬาส่วนใหญ่ต้องยืน
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำในบึง มีแนวทุ่นและระบบดูแลความปลอดภัยดี อุณหภูมิน้ำไม่เย็นจนเกินไป อนุญาตให้ใส่ wet suit ได้ แต่การปล่อยตัว จำนวนในแต่ละกลุ่มมากไป
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางปั่นจักรยานสำหรับระยะ Olympic ภายในสิงห์ปาร์คและถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงรายตัดใหม่เป็นเส้นทางที่ดีมาก งดงามในหมอกเดือนมกราคม แต่ทางหลวงหมายเลข 1211 ที่ผ่านชุมชนหน้าสิงห์ปาร์คค่อนข้างแคบและขรุขระ ควบคุมการจราจรได้ยาก
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งซึ่งส่วนหนึ่งใช้เส้นทางปั่นจักรยานภายในสิงห์ปาร์ค เป็นเส้นทางวิ่งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว มีจนท.คอยชี้ทางดีมาก
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดีมาก ไม่ต้องเบียดรอคิว
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดี ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี อาหารในงานเลี้ยงก่อนและหลังการแข่งขันจัดได้ดีมาก

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ผมจัดตัวเองอยู่ในจำพวก 'ไตรกีฬาสายท่องเที่ยว' แค่เห็นชื่อ เชียงราย สิงห์ปาร์ค ก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว สมัครงานนี้ทันทีที่เห็นประชาสัมพันธ์โดยไม่คิด แต่พอสติกลับมา.. เฮ้ย นั่นมันเชียงรายเดือนมกราคมเลยนะนี่ ถ้าไปเที่ยวก็คงงามแน่ แต่ถ้าต้องลงว่ายน้ำในบึงด้วย คำว่า..ยะเยือก..มาเยือนทันที

เป็นเรื่องจริง ๆ ด้วย เพราะการประสัมพันธ์ก็เน้น 'โชว์เหนือท้าหนาว' คำถามแรกที่ถามไปใน Facebook ของงาน คือ ให้ใส่ wet suit ได้หรือเปล่า กว่าจะตอบกลับมาว่าได้ ก็ต้องรอลุ้นอยู่นาน ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่ผู้จัดควรแจ้งให้นักกีฬารู้ก่อนสมัครด้วยซ้ำ เมื่อรู้ว่าได้ ผมก็เริ่มมองหา wet suit ตัวใหม่ เพราะตัวเดิมที่มีเป็นของดำน้ำ โชคดี HUUB [1] ลดราคาได้ size ที่ต้องการราคาไม่ถึงสี่พัน แต่พอเอามาลองใส่ พอดีตัวจริง ๆ แต่ใส่โคตรลำบากเลย ตะคริวแทบจับทั้งตัว แถมพอใส่เสร็จเหมือนจะเกิดอาการ panic ว่าจะหายใจไม่ออกอีก เอายังไงดีล่ะ.. ไม่ไหว ถ้าเจอแบบนี้ กะว่าคงไม่ใส่ดีกว่า เปลี่ยนใจมาใส่เสื้อกางเกงรัดกล้ามเนื้อแขนขายาวแทน แล้วก็รอลุ้นรายงานอุณหภูมิน้ำจาก Facebook งานแข่งมาตลอด

ผมเอาจักรยานใส่รถขับจากหาดใหญ่แวะพักไปเรื่อย ๆ มีโอกาสแวะเที่ยวสิงห์ปาร์คกับดูเส้นทางปั่นจักรยานก่อนวันงาน ..สวยมาก สวยจริง ๆ ได้ปั่นได้วิ่งในหมอกแน่ ถูกใจจริง แต่เรื่องว่ายน้ำในบึงก็ยังกวนใจอยู่ไม่หาย คืนก่อนแข่ง ผมพักที่ มานอนนี่ [2] อยู่ติดรั้วสิงห์ปาร์คเลย แต่ต้องขับรถวนมาเข้าทางประตูหน้า ถือว่าทำเลที่พักดีมาก ห้องพักใหญ่พิเศษสงบเงียบ หลับสบายดีมากสมชื่อ มาตื่นตีสี่ครึ่งตามปกติ ตื่นนอนก็กินกล้วยตามด้วยน้ำสองแก้วสูตรเดิม แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ ก่อนขับรถออกมาที่งาน ซึ่งหาที่จอดรถในสิงห์ปาร์คได้ไม่ยาก

ขอบคุณภาพจาก http://singhatriathlon.com
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/SinghaTriathlon
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 34:37 นาที
Pace 2:18 นาที/100 ม.
ตอนฟัง brief มารู้ว่า อุณหภูมิของน้ำในบึงจะสูงกว่าบนน้ำ ผมจึงตัดสินใจใส่แต่กางเกงรัดกล้ามเนื้อขายาวของ 2XU [3] แล้วใส่เสื้อไตรแขนสั้นแทนแขนยาว คิดเองว่า คงทนหนาวได้ดีกว่าทนอึดอัด ก่อนแข่งได้ลองลงไปแช่น้ำดู..มันอุ่นจริง ๆ ด้วย แต่ตอนขึ้นมายืนรอปล่อยตัวนี่สิ ถึงกับสั่นเลย..ทั้งเปียกทั้งหนาว บรรยากาศบึงก็สลัวมัวเหมือนฝันมาก ๆ มีไอน้ำลอยปกคลุมไปทั่ว ก็พยายามไม่จินตนาการให้เกินเลยไปถึงพวก Lake Placid จนกระทั่งได้เวลาปล่อยตัวซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่จริง ๆ ถึงได้รู้ว่า ไอ้ที่ต้องกลัวคือ 'ปลาตีน'  งานนี้ว่ายตามเข็มนาฬิการอบแนวทุ่นที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ผมกว่าจะหลุดจากดงปลาตีนมาได้ก็จะถึงจุดกลับตัวแรกแล้ว หลังจากนั้นก็ว่ายได้เรื่อย ๆ จะลำบากอีกเรื่องก็คือ การมองเล็งทุ่น ดูยากสักหน่อยเพราะความมัวของบรรยากาศ แต่โดยรวมต้องถือว่า น้ำอุ่นสบายตัวมาก ๆ โถ.. กังวลมาเป็นเดือน สุดท้ายกลับชอบเสียอีก

Transition 1
เวลา 07:37 นาที
จากบึง ต้องวิ่งข้ามถนนมาเข้า transition อีกฝั่งหนึ่ง ระยะประมาณ​ 100 ม. เรียกได้ว่า วิ่งฝ่าลมหนาว มารู้ตัวอีกทีว่าลืมกดนาฬิากาจับเวลาของตัวเอง ก็ตอนอยู่ใน transition แล้ว ก็ปล่อยเลยตามเลย สังเกตได้ว่า นักกีฬาที่ใส่ wet suit ต้องใช้เวลาถอดนานมาก บางคนถึงกับวิ่งไปถอดไปอย่างชำนาญ

ขอบคุณภาพจาก http://singhatriathlon.com
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/SinghaTriathlon
จักรยาน
ระยะทาง 48 กม.
เวลา 1:45:17 ชม.
Pace 27.35 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ มีแถมให้ตั้ง 8 กม. ช่วงแรกที่อยู่ในสิงห์ปาร์ค ต้องบอกว่า สวยมาก ๆ ปั่นกันในม่านหมอกเลยทีเดียว มองเห็นนักกีฬาคนอื่นข้างหน้ายังรู้สึกหลงเลย คิดในใจว่า ภาพที่ออกมามันต้องสวยกว่าที่เห็นแน่ ๆ พอออกมานอกสิงห์ปาร์ค ตรงถนนในชุมชนค่อนข้างแคบและไหล่ทางขรุขระ เลยต้องปั่นช้า ๆ จนมาถึงถนนวงแหวนเลี่ยงเมืองตัดใหม่ ถึงได้ใส่กันเต็มที่ ผมปั่นเสือหมอบ Mosso [4] สังเกตว่า ตั้งแต่ปั่นมาแทบไม่ได้แซงใครเลย มีแต่โดนแซงตลอด แต่ก็ไม่ค่อยใส่ใจ อินกับบรรยากาศข้างทางดีกว่า ขนาด 9 โมงกว่าแล้ว สองข้างทางยังอยู่ในหมอกหนาเลย มีปั่นขึ้นสะพานลอยตรงสี่แยกไปกลับรวม 3 รอบ ก็พอไหว ไม่ถึงกับต้องลงเข็น ปัญหาที่เกิดกลับเป็นเรื่องปวดฉี่ ทั้ง ๆ ที่ไม่แวะเอาน้ำข้างทางเลย ตัดสินใจอยู่ว่า จะจอดข้างทางหรืออั้นไปเข้าที่สิงห์ปาร์ค แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องหยุดไปทำธุระข้างทาง ไม่งั้นคงทรมานไปตลอดทางที่เหลือ ก่อนจะวกกลับมาเข้าถนนเส้นหน้าสิงห์ปาร์คอีกครั้ง เฮ้ย..ทำไมรถมาร์แชลถึงมาตีคู่อย่างนี้นะ หรือว่าเราคือคนสุดท้าย  แต่งานนี้ต้องถือว่า ปั่นได้เร็วที่สุดจากที่เคยปั่นมาทั้งหมด คือ pace 27 กว่า ส่วนคนอื่นเขาคงเกิน 35 กันหมด

Transition 2
เวลา 01:56 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition ใจหายเลย จักรยานแทบจะเต็มหมดแล้ว แสดงว่า ผมเข้ามาแทบจะท้าย ๆ จริง ๆ ด้วย แล้วมันก็เมื่อยน่องน่าดู แต่เอาวะ.. กินน้ำไปสองอึก แล้วกัดฟันออกไปวิ่งต่อ

ขอบคุณภาพจาก http://singhatriathlon.com
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/boyaudio309
วิ่ง
ระยะทาง 11 กม.
เวลา 1:28:27 ชม.
Pace 8.02 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งงานนี้ก็มีแถมอีก 1 กม. จริง ๆ เป็นเส้นทางปั่นจักรยานภายในสิงห์ปาร์ค ซึ่งก็รับประกันความงามของบรรยากาศไร่ชา ต้นไม้ บึงน้ำ สัตว์น้ำ ได้เต็มร้อย แถมมีโบนัสเส้นทาง trail น้อย ๆ ให้อีกด้วย ชอบมาก แต่..มันเนินทั้งนั้น ก็เดินสิครับ งานนี้ผมเดินไปมากกว่าครึ่ง ถือว่า เดินชมวิว

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 3:57:54 ชม.
สำหรับระยะ Olympic ครั้งที่สองนี้ ว่ายน้ำกับปั่นถือว่าทำได้ดีเกินคาด แต่มาหมดแรงตอนวิ่ง ออกแนวชื่นชมธรรมชาติมากกว่า ก็ต้องกลับไปซ้อมวิ่งมากขึ้น

Links:
[1] https://huubdesign.com/products/huub-aegis-triathlon-wetsuit
[2] https://www.facebook.com/Manonnee.chiangrai
[3] http://accelerate%20compression%20tights
[4] http://www.mosso.com.tw


2018-12-16

O: ไตรกีฬานาวี ครั้งที่ 1 2561: สัตหีบ - 1st Navy Triathlon 2018: Sattahip

O: ระยะโอลิมปิก - Olympic distance
     ไตรกีฬานาวีครั้งที่ 1 2561 - 1st Navy Triathlon 2018
     สัตหีบ - Sattahip


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
ค่อนข้างฉุกละหุก เริ่มประชาสัมพันธ์ก่อนงานไม่ถึง 2 เดือน รายละเอียดการแข่งขันก่อนงาน 1 เดือน
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ภาคไทย ภาคอังกฤษในบริเวณงานชัดเจนดี
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
ที่จอดรถมีมากเพียงพอและมีบริการรถรับส่งดี แต่รถนักกีฬาจำนวนมากเข้าไปจอดในบริเวณที่พักของกำลังพล บางคันก็ขับเร็วมาก ไม่หยุดสนิทเมื่อถึงแยก และนักกีฬาจำนวนมากไม่ได้ใช้บริการรถรับส่ง สถานที่จอดรถกับจุดบริการรถรับส่งทั้งขาไปและกลับควรแสดงในแผนที่ และในพื้นที่ควรมีป้ายบอกจุด ช่วงเวลาที่ให้บริการรถรับส่ง รวมถึงป้ายบอกว่าบริเวณไหนเป็นบริเวณที่พัก ห้ามเข้า กฏจราจรในเขตทหาร ให้ชัดเจนทั้งสองภาษา
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ดีมากทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ โดยแปลไปพร้อมกัน มีประโยชน์มาก แต่การแปลสองภาษาไปพร้อมกัน ทำให้ควบคุมเวลาไม่ได้
การลงทะเบียน การจัดการ
การลงทะเบียน การใช้พื้นที่จัดงานทำได้ดี มีสูจิบัตรพิมพ์อย่างดีเป็นเล่มแจกเลย แต่ข้อมูลไม่ update ทำให้สับสนทั้งเรื่องตารางเวลาและเส้นทางแข่งขันที่ไม่ตรงกัน ภาพกราฟฟิกแผนที่ในงานก็ดูไม่สมส่วน และส่วนตัวแล้ว ผมไม่ชอบพลุประทัดสร้างควันในพิธีเปิด ไม่ดีต่อสุขภาพนักกีฬาเลย
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เส้นทางว่ายน้ำมีแนวทุ่นและระบบดูแลความปลอดภัยดี ถึงจะมีผู้เสียชีวิต 1 คน การปล่อยตัวเป็นชุดตามกลุ่มความเร็วทำได้ดี แต่จำนวนในแต่ละกลุ่มมากไป และมีนักกีฬาออกไม่ตรงกลุ่ม
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางปั่นจักรยานสำหรับระยะ Olympic เป็นเส้นทางที่ดีมาก เรียบ สะอาด ควบคุมการจราจรทั้งภายในฐานทัพ ตลาดสัตหีบ และทางหลวงได้ดีมาก มีจนท.ยืนประจำทุกจุดตัด ป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี แต่มีนักกีฬาหลายคนปั่นเกาะกลุ่มกันเป็นแผง ผิดกติกาและค่อนข้างอันตราย
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางวิ่งมีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี มีจนท.คอยชี้ทางและห้ามรถดีมาก และยังมีทหารยืนตากแดดตลอดสองข้างทางเป็นระยะ อบอุ่นดี
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
มีจุดเปลี่ยนอุปกรณ์ 2 จุดห่างกันหลายกม. สร้างความสับสนมาก ถึงจะมีบริการรถรับส่ง สามารถฝาก run gear ไปได้ และได้ประชาสัมพันธ์ให้นักกีฬาทราบแล้ว แต่คงไม่ทั่วถึงในรายละเอียดเรื่องรถรับส่ง ช่วงเวลาให้บริการ ทำให้นักกีฬาส่วนหนึ่งขับรถไปเอาเองเมื่อเลิกแข่งขัน คนที่มีรถก็ไม่ลำบาก คนที่ไม่มีรถก็ต้องปั่นกลับกันเอง  กำหนดเวลาที่เปิดให้นักกีฬาเอาอุปกรณ์เข้าไปใน transition 1 ช้ามากและยังต้องยิืนรอถ่ายรูปก่อนเข้าอีก ทำให้ต้องยืนต่อแถวยาวมาก  การใช้ถุง bike gear และ run gear มีจุดฝากอยู่นอก transition และให้แต่งตัวก่อนเข้าไปใน transition ทำได้ดี แต่ก็มีคนที่เข้าไปแต่งตัวใน transition อยู่ดี
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดีมาก เป็นกันเองและรวดเร็ว ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน มองเห็นทีมพยาบาลนั่งรถจักรยานยนต์ตามเส้นทางแล้วอุ่นใจ
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี แต่อาหารบริเวณส่วนกลางในงานเลี้ยงก่อนและหลังการแข่งขันช้า

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Olympic ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


งานนี้เป็นระยะ Oylmpic ครั้งแรกของผม ตัดสินใจสมัครเพราะคิดว่า กองทัพเรือจัดเองน่าจะรับประกันความปลอดภัยได้ แต่ยังกังวลเรื่องเส้นทางโดยเฉพาะจักรยาน วันลงทะเบียนผมขับรถดูเส้นทางหนึ่งรอบใหญ่ หนักใจตรงช่วงเลียบทะเลก่อนถึงแหลมปู่เจ้า เจอลิงฝูงใหญ่ลงมาจากเขา พอเลยไปก็เป็นเนินชันพอสมควรอยู่เนินเดียว ถ้าวันแข่งจริงกำลังปั่นขึ้นเนินแล้วมาเจอคุณจ๋อพวกนี้ คงสนุกน่าดู

ผมพักที่ The Brass Villa Garden Resort [1] ห่างจากที่จัดงานในฐานทัพเรือประมาณ​ 3 กม. แต่ห้องพักสงบเงียบ หลับสบายดีมาก มาตื่นตีสี่ครึ่งตามปกติ ตื่นนอนก็กินกล้วยหอม 3 ลูก ตามด้วยน้ำสองแก้วสูตรเดิม แล้วถ่ายอุจจาระสบาย ๆ ก่อนขับรถออกมาที่งาน ซึ่งยังหาที่จอดรถในฐานทัพได้ไม่ยาก

ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
ขอบคุณภาพจาก RayongSport.com
ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 1.5 กม.
เวลา 45:04 นาที
Pace 3:00 นาที/100 ม.
ว่ายตามเข็มนาฬิการอบแนวทุ่นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ใช่สามเหลี่ยม ทะลมีคลื่นพอสมควร ทำให้ว่ายยากกว่าปกติ แต่ที่ยากกว่า คือ ดงปลาตีน..เท้าของนักกีฬา เพราะปล่อยตัวกลุ่มใหญ่  ตอนปล่อยตัว ผมพยายามอยู่ชิดด้านซ้ายของกลุ่ม ซึ่งอยู่ไกลจากแนวทุ่น อาศัยว่าย free style ตีคู่กับนักกีฬาที่อยู่ด้านขวาโดยเฉพาะที่ว่ายท่ากบ ทำให้ไม่ต้องเสียจังหวะเงยหน้าขึ้นเล็งทุ่นใหญ่หัวมุม ควบคุมทิศทางได้ดีไม่เฉเหมือนครั้งก่อน ๆ ตอนเดินขึ้นฝั่ง รู้สึกว่าน่าจะทำเวลาได้ดี แต่พอมาดูเวลาทีหลัง ทำไม pace ช้ากว่าปกติไปมากอย่างนี้ก็ไม่รู้ เดาเองว่า ช่วงว่ายน้ำงานนี้น่าจะรวมเวลาที่อยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเข้า transition ไปด้วย เพราะถ้าดูเวลาช่วง transition 1 มันสั้นเกินจริง

Transition 1
เวลา 01:12 นาที
จากทะเล ต้องวิ่งขึ้นมาข้ามถนนเพื่อเอา bike gear ของตัวเองก่อนไปเข้าห้องแต่งตัวใกล้ ๆ กัน ผมแต่งตัวแบบไม่รีบ และกินน้ำตุนไว้หลายอึก แล้วเดินเข้าไปเอาจักรยานใน transition ถ้าดูตามเวลาที่ใช้แค่นาทีกว่า ๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

ขอบคุณภาพจาก Facebook: ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ
จักรยาน
ระยะทาง 40 กม.
เวลา 1:40:43 ชม.
Pace 23.83 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้ ช่วงแรกที่ผ่านภายในฐานทัพเรือสัตหีบสวยสะอาดเป็นระเบียบมาก ผ่านเรือรบลำใหญ่ ประติมากรรม สถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่ง ซึ่งถ้าไม่มาแข่งก็คงไม่ได้เห็น  วลี 'ไตรกีฬาสายท่องเที่ยว' แว๊บขึ้นมาในหัว คือ แข่งไปชื่นชมสองข้างทางไปเรื่อย ๆ เพราะยังไงก็ไม่ได้ชิงรางวัลอยู่แล้ว ทำให้ผมปั่นแบบสบายใจ มีช่วงก่อนจะถึงแหลมปู่เจ้าที่เจอฝูงลิงเมื่อวาน วันนี้ไม่มีวี่แววเจ้าถิ่นเลย คงโดนไล่ไปหมดแล้ว แต่เนินชันยังอยู่ ..ก็ลงเข็นสิครับ สองรอบด้วยกัน รู้สึกว่า เข็นเร็วกว่าและปลอดภัยกว่าปั่นส่ายไปส่ายมาขวางทางนักกีฬาคนอื่น ช่วงก่อนจะออกจากฐานทัพเรือมีเนินยาวอีกครั้ง แต่ตรงนี้พอปั่นไหว พอมาถึงทางหลวงหมายเลข 3126 ก็ได้ปั่นกันสนุกยาวเลย แต่มีแอบกระดอนจนที่สูบลมมือประจำรถหลุดจากแป้น ยังดีที่ไม่แตกหัก ก่อนจะวกกลับทางเดิมตรงแยกก่อนถึงโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แล้วกลับมาเข้า transition 2 ที่เรือหลวงจักรีนฤเบศร์  ผมปั่นเสือหมอบ Mosso [2] ได้ heart rate อยู่ใน zone 4 56% มี peak ขึ้นไปถึง 168 ช่วงที่ต้องลงเข็นขึ้นเนินแป๊บเดียว pace เร็วสูงสุดที่ 44.4 ช่วงลงเนินก่อนถึงทางเข้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ และรู้จังหวะยกก้นคลายเมื่อยเป็นระยะ สำหรับการปั่นระยะไกลที่สุดครั้งแรก โดยไม่ได้แวะดื่มน้ำเลย

Transition 2
เวลา 02:46 นาที
ตอนเดินจูงจักรยานเข้า transition มันเมื่อยน่องเหมือนกัน ก้าวขาเหมือนยังปั่นจักรยานอยู่ แล้วก็มางง งง กับ transition เล็กน้อย ต้องเดินหาหมายเลขและ run gear ของตัวเอง ใน transition ผมกินน้ำที่เตรียมมาจนเกือบหมดขวด เพราะแดดร้อนเอาเรื่อง

วิ่ง
ระยะทาง 10 กม.
เวลา 1:09:00 ชม.
Pace 6.54 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร์กลับมาหาดดงตาลในฐานทัพเรือมีเนินไม่มาก แต่ปัญหาหลักของผมคือแดด เป็นครั้งแรกที่ต้องวิ่งหลัง 9 โมงเช้าแบบนี้ แต่พอเห็นน้องทหารที่มายืนตากแดดเป็นระยะแล้ว รู้สึกว่าวิ่งสบายกว่า  ผมวิ่งโดยไม่แวะจุดให้น้ำในช่วง 2 กม. แรกเท่านั้น และเป็นช่วงที่ heart rate อยู่ใน zone 4 เป็นส่วนใหญ่ สูงสุดที่ 160 แต่หลังจากนั้นก็แวะจุดให้น้ำ วิ่งสลับเดิน โดยระยะที่วิ่งลดลง เดินมากขึ้นเรื่อย ๆ heart rate ได้ลดลงมาอยู่ใน zone 2-3 ก่อนจะมาเร่งฝีเท้ารับหน้ากล้องตอนเข้าเส้นชัย heart rate ขึ้นไปสูงสุดที่ 160 อีกครั้ง โดยรวมก็ถือว่า ต้องเดินอยู่ประมาณ 2 กม.

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 3:38:45 ชม.
สำหรับระยะ Olympic ครั้งแรก ต้องลงเข็นจักรยานและเดินอยู่ 2 กม.​ ช่วงวิ่ง แต่ยังพอใจว่าเป็นไปได้ ทำเวลาได้กลาง ๆ ของนักกีฬาทั้งหมด เป็นอันดับ 4 ในรุ่น 50-59 ปี แต่ทำเวลาห่างจากที่ 3 ถึง 14 นาที และห่างจากที่ 1 เกือบ ชม. ถ้าซ้อมเพิ่มระยะทีละน้อยสม่ำเสมอ น่าจะทำได้ดีขึ้น

ช่วงที่เขียนบันทึกนี้ ทราบข่าวว่ามีนักกีฬาคนหนึ่งเสียชีวิตในระหว่างว่ายน้ำ ทั้ง ๆ ที่เป็นนักกีฬา และระบบรักษาความปลอดภัยและทีมแพทย์พยาบาลพร้อมมาก ๆ ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตและกองทัพเรือผู้จัดงานกับความสูญเสียครั้งนี้ด้วยครับ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มองย้อนมาดูตัวเอง ถ้าอยู่ดี ๆ แล้ววูบไปเลยแล้วเสียชีวิตในระหว่างทำในสิ่งที่เรารักก็ดีเหมือนกัน ผมไม่อยากให้ใครมาปั๊มผมให้เสียเวลา โดยเฉพาะถ้าหมอคาดการณ์ได้ว่า ตื่นขึ้นมาก็ต้องนอนติดเตียงเป็นภาระคนอื่นไปตลอด

Links:
[1] https://the-brass-villa-garden-resort-th.book.direct/en-us

2018-11-18

S: ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 25 2561: ภูเก็ต - 25th Laguna Phuket Triathlon 2018: Phuket

S: ระยะสั้น - Sprint distance
     ลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 25 2561 - 25th Laguna Phuket Triathlon 2018
     ภูเก็ต - Phuket


ไม่มีข้อมูล         ไม่ดี ควรปรับปรุง          ดี พอใจ          ดีมาก ประทับใจ

การประชาสัมพันธ์ก่อนงาน
เริ่มประชาสัมพันธ์และแจ้งรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันทาง Facebook ก่อนล่วงหน้างานหลายเดือนดีมาก
การประชาสัมพันธ์ในงาน
เสียงประชาสัมพันธ์ทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษในงานชัดเจน และรับส่งกันดี
ที่จอดรถและบริการขนส่ง
มีที่จอดรถเพียงพอ ใกล้พื้นที่จัดงาน มีบริการขนส่งภายใน แต่ประชาสัมพันธ์น้อย
ข้อมูล กติกาการแข่งขัน
ชี้แจงรายละเอียดเส้นทางการแข่งขันและกฏกติกาต่าง ๆ ดีมากทั้งภาคไทย ภาคอังกฤษ ละเอียดขนาดให้ระวังเลี้ยวแยกไหนมีทรายข้างถนน จุดใดเป็นจุดเสี่ยง กองฟางกันชนตอนลงเนิน มีประโยชน์มาก
การลงทะเบียน การจัดการ
พื้นที่จัดงานกว้างขวาง แต่ใช้หลายพื้นที่ จุดลงทะเบียน จุดฟังกติกา รับประทานอาหารแยกคนละที่ นักกีฬาต้องเดินทาง
ความปลอดภัย-ว่ายน้ำ
เป็นลากูนริมทะเล น้ำนิ่ง จุดปล่อยตัวอยู่ที่สันทรายริมทะเล เส้นทางแข่งขันเป็นเส้นตรง และการปล่อยตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ดีมาก
ความปลอดภัย-จักรยาน
เส้นทางมีทั้งถนนในบริเวณที่จัดงาน ถนนในเมือง ถนนนอกเมือง การควบคุมการจราจรทำได้ดี มีป้ายแสดงระยะทาง จุดเลี้ยว แผงกั้นครบถ้วนชัดเจนดี แต่ถนนบางช่วงค่อนข้างแคบ
ความปลอดภัย-วิ่ง
เส้นทางอยู่ในสถานที่ปิด จัดการความปลอดภัยได้ดีมาก มีมุมสวย ๆ ช่วงที่ผ่านสนามกอล์ฟ
บริเวณเปลี่ยนอุปกรณ์
พื้นที่เพียงพอ การควบคุมการเข้าออกทำได้ดีมาก ไม่ต้องเบียดรอคิว
การแพทย์
การเฝ้าระวัง การบริการทางการแพทย์ทำได้ดี ทั้งที่ส่วนกลางและตลอดเส้นทางการแข่งขัน
อาหาร เครื่องดื่ม
อาหารและเครื่องดื่มตลอดเส้นทางการแข่งขันมีเพียงพอและบริการดี อาหารในงานเลี้ยงก่อนและหลังการแข่งขันจัดได้ดีมาก

* ความเห็นนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองเท่านั้น และได้จากการแข่งขันระยะ Sprint ไม่รวมการแข่งขันระยะอื่น ซึ่งบริบทต่างไป


ลากูน่า ภูเก็ต เป็นไตรกีฬาในตำนานของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ผมรีบสมัครก่อนงานหลายเดือนเพราะกลัวเต็ม เพราะปีนี้ครบรอบ 25 ปีเสียด้วย มีคนชวนให้ลงระยะ Olympic แต่ผมยังไม่กล้า เพราะคำพูด "ภูเก็ตไม่มีเนิน มีแต่เขา"

ผมยังปั่นจักรยานไม่แข็งและกลัวเนินมาก จึงลงทุนไปก่อนสองคืน เพื่อไปลองปั่นจักรยานตามเส้นทางจริงตอนเช้าก่อนแข่ง 1 วัน แล้วรู้สึกโล่งอกหลังเห็นเส้นทาง สำหรับระยะ Sprint ต้องถือว่าพอไหว ไม่ต้องลงเข็น ไม่มีปั่นขึ้นลงเขาเหมือนระยะ Olympic  คืนก่อนแข่ง ผมพักที่บางเทาวิลเลจรีสอร์ท [1] หาดบางเทา ที่เพื่อนจองให้ ซึ่งห่างจากสถานที่จัดงาน แต่ยังตื่นตีสี่ครึ่งได้ตามปกติ ลุกขึ้นมากินกล้วยหอม 3 ลูก น้ำ 2 แก้ว นั่งสมาธิ แล้วถ่ายอุจจาระอย่างสะดวก ก่อนขับรถไปที่จัดงาน

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/LagunaPhuketTri

ว่ายน้ำ 
ระยะทาง 0.5 กม.
เวลา 12:43 นาที
Pace 2:32 นาที/100 ม.
ครั้งนี้เป็นการว่ายน้ำ open water ในบึงเป็นครั้งแรก ถึงจะไม่มีคลื่น แต่น้ำขุ่นกว่าน้ำทะเล แถมมีสาหร่ายมาสัมผัสขาให้ความรู้สึกหลอนเล็กน้อยเป็นพัก ๆ แต่เนื่องจากระยะค่อนข้างสั้นและเป็นเส้นตรง ผมจึงไม่ค่อยกังวลเท่าไร การปล่อยตัวกลุ่มเล็กทำให้ว่ายสะดวก พอปล่อยตัว ผมก็ว่าย free style ไปได้เรื่อย ๆ แต่ปรากฏว่าไม่ตรงแนว ต้องเปลี่ยนเป็นท่ากบปรับทิศอยู่หลายครั้ง

Transition 1
เวลา 06:17 นาที
ความจริงจากจุดขึ้นบกมาถึง transition ก็ไม่ไกล ผมใช้วิธีเดินก้าวยาว ๆ ไม่ค่อยอยากวิ่งเวลาไม่ใส่แว่น กลัวลื่นล้ม ใน transition ครั้งนี้ ต้องเสียเวลาลงไปนั่งใส่ถุงเท้าแยกนิ้วของ Yamatune [2] พอสมควร เป็นครั้งแรกที่ลองใส่ถุงเท้าไว้ปั่นจักรยานกับวิ่งด้วย เพราะหลายครั้งวิ่งเสร็จ เท้าเป็นตุ่มน้ำจากการเสียดสี ก่อนจะกินน้ำที่เตรียมมาไปครึ่งขวด แล้วจูงจักรยานออกไปปั่นต่อ

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/LagunaPhuketTri
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/LagunaPhuketTri
จักรยาน
ระยะทาง 18.5 กม.
เวลา 42:10 นาที
Pace 26.32 กม./ชม.
เส้นทางจักรยานงานนี้สั้นกว่าระยะ Sprint ปกติ ถึงจะไม่ราบเรียบ แต่เนินก็ไม่ชันมาก ปั่นได้สนุก พอออกจาก transition ยังเป็นเส้นทางในเขตลากูน่า ได้เลียบทะเลช่วงหนึ่ง ก่อนตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 4018 เจอเนินแรก ๆ แถวร้านอาหารบ้านสวนลายัน แล้วก็ได้ไต่ระดับขึ้น ๆ ลง ๆ เนินอีกทีตรงทางไปบ้านพรุจำปา ก่อนวกกลับทางเดิม เส้นทางในเขตลากูน่าปิดถนนดีมาก มีชาวบ้านออกมายืนให้กำลังใจสองข้างทางเป็นระยะด้วย  ผมปั่นเสือหมอบ Mosso [3] ได้เรื่อย ๆ แต่ต่างจาก 2 งานแรก ตรงที่ยิ่งปั่นยิ่ง heart rate ขึ้น เป็น zone 4 ถึง 80% มี peak ขึ้นไป 169 แตะ zone 5 อยู่แป๊บหนึ่ง โดยรวมได้ pace เฉลี่ยสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับเส้นทางที่มีเนินมากกว่าแล้ว รู้สึกพอใจกับผลงานครั้งนี้เหมือนกัน และไม่ต้องเติมน้ำระหว่างทางเลย

Transition 2
เวลา 04:18 นาที
ที่ transiton ผมกินน้ำที่เตรียมมาจนหมดขวด รู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร น่องตึงเมื่อยเล็กน้อย ยังมีแรงวิ่งต่อสบาย ๆ

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/LagunaPhuketTri
ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/LagunaPhuketTri
วิ่ง
ระยะทาง 6 กม.
เวลา 38:45 นาที
Pace 6.27 นาที/กม.
เส้นทางวิ่งงานนี้ยาวกว่าระยะ Sprint ปกติ อยู่ในลากูน่าทั้งหมด ส่วนใหญ่วิ่งบนถนน แต่ hi-light อยู่ตรงช่วงที่เข้าไปในสนามกอล์ฟ มีเนินให้ได้เหนื่อย แดดร้อนแต่ทิวทัศน์สวยมาก  ออกจาก transition มา ผมไม่หยุดแวะเติมน้ำเลยได้ 2 กม. แรก แต่ heart rate ลอยอยู่ zone 5 สูงสุดที่ 169 แต่หลังจากนั้น ก็แวะทุกจุดให้น้ำ heart rate ถึงลงมา zone 4 เป็นส่วนใหญ่ 83% ก่อนจะมาขึ้นสูงอีกครั้ง ตอนเร่งเข้าเส้นชัยรับตากล้อง วิ่งครั้งนี้ผมได้แผ่นเสริมส่วนโค้งฝ่าเท้า Spenco Total Support [4] มารองพื้น Asic Gel-Quantum 360 [5] ที่ใส่อยู่ รู้สึกถึงความแตกต่าง ลงน้ำหนักได้สบายเท้ากว่าเดิมมาก

ขอบคุณภาพจาก https://www.sportstats.asia
รวมเวลา 1:44:13 ชม.
ผมทำเวลาได้กลาง ๆ ของนักกีฬาทั้งหมด แต่ถ้าเปรียบเทียบกับของตัวเองก่อนหน้านี้แล้ว งานนี้มั่นใจและสนุกกับไตรกีฬามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มมองเห็นความงามของทิวทัศน์ เริ่มตอบรับรอยยิ้มและเสียงให้กำลังใจจากสองข้างทางและจากนักกีฬาคนอื่น กับสัมผัสบรรยากาศแบบมิตรภาพมากกว่าการแข่งขัน และหลังจากได้ฟังน้อง ๆ ที่มาลงแข่งระยะ Olympic งานนี้แล้ว ผมเริ่มคิดถึงระยะ Olympic ของตัวเองในงานต่อไปขึ้นมาบ้าง แต่ก็ต้องกลับไปซ้อมเพิ่มเติม โดยเฉพาะจักรยาน